Libro

The New Sell and Sell Short: วางแผนขาย cut loss และ short selling แบบ Alexander Elder

หนังสือของ Alexander Elder ว่าด้วยด้านที่เทรดเดอร์มักละเลย คือการขายทำกำไร การตั้ง stop และ short selling บทความนี้สรุปจากสารบัญและบทที่ 1 ที่ Wiley เผยแพร่ให้อ่านตัวอย่างของฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2

ภาพประกอบบทความ: ปกหนังสือ The New Sell and Sell Short: How to Take Profits, Cut Losses, and Benefit from Price Declines โดย Alexander Elder

ขอบเขตของบทความ: สรุปจากสารบัญและบทที่ 1 ที่สำนักพิมพ์ Wiley เผยแพร่ให้อ่านตัวอย่างของฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 รวมกับข้อมูลหนังสือจากหน้าสำนักพิมพ์ ยังไม่ได้อ่านบทที่ 2–10 ข้อสังเกตเรื่องบทเหล่านั้นมาจากชื่อหัวข้อในสารบัญเท่านั้น

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ใช้เวลากับการหาจังหวะซื้อ แต่พอถือ position แล้วกลับไม่มีแผนว่าจะขายที่ไหน จะ cut loss เมื่อไร และแทบไม่เคยคิดถึงการทำกำไรตอนราคาลง The New Sell and Sell Short เขียนขึ้นเพื่อเติมช่องว่างนี้ บทความนี้ช่วยดูว่าหนังสือครอบคลุมอะไร บทแรกวางพื้นไว้อย่างไร และเหมาะกับใคร

หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยอะไร

The New Sell and Sell Short: How to Take Profits, Cut Losses, and Benefit from Price Declines ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 เขียนโดย Alexander Elder ตีพิมพ์โดย Wiley ในชุด Wiley Trading ฉบับปกอ่อนเดือนมีนาคม 2011 ความยาว 368 หน้า (หน้าหนังสือของ Wiley)

คำอธิบายของสำนักพิมพ์ระบุว่าฉบับนี้เพิ่มตัวอย่างจาก bear market ปี 2008–2009 และคู่มือฝึกหัดที่มีคำถามพร้อมคำตอบ 115 ข้อกับกรณีศึกษากราฟ 17 ชุด เนื้อหามองการขายทั้งมุม technical analysis, fundamental analysis และจิตวิทยา ครอบคลุมหุ้น financial futures สินค้าโภคภัณฑ์ และค่าเงิน และอธิบายการตั้งเป้ากำไรกับจุด stop-loss ก่อนเข้าเทรด

หน้าสำนักพิมพ์แนะนำผู้เขียนว่าเป็นเทรดเดอร์อาชีพ ผู้สอนการเทรด และจิตแพทย์ ผู้ก่อตั้ง elder.com และ SpikeTrade.com และเป็นผู้เขียน Trading for a Living, Come Into My Trading Room และ Entries and Exits

เนื้อหาครอบคลุมหัวข้ออะไร

สารบัญแบ่งเป็นสี่ภาค สิบบท (สารบัญ):

ภาค

บท

ตัวอย่างหัวข้อตามสารบัญ

Part One Psychology, Risk Management, & Record-Keeping

1–3

On Buying, Trading Psychology and Risk Management, On Keeping Records (สเปรดชีตของเทรดเดอร์ บันทึกการเทรด การให้คะแนนผลงาน)

Part Two How to Sell

4–6

Selling at a Target (moving average, envelope, resistance), Selling on a Stop (hard และ soft stop, SafeZone stop, volatility-drop trailing stop), Selling "Engine Noise" (momentum อ่อนแรง การขายก่อนประกาศงบ)

Part Three How to Sell Short

7–8

Shorting Stocks (ความไม่สมมาตรของยอดและก้น การหาหุ้นที่จะชอร์ต short interest), Shorting Non-Equity Instruments (futures, option selling, forex)

Part Four Lessons of the Bear Market

9–10

Bears Make Money, Groping for a Bottom

ภาคหนึ่งถึงสามแต่ละภาคปิดท้ายด้วยชุดคำถามและคำตอบ ตรงกับคู่มือฝึกหัดที่สำนักพิมพ์กล่าวถึง ภาคสี่เป็นกรณีศึกษาจากตลาดช่วงปี 2007–2009 ตามชื่อหัวข้อ

แนวคิดที่น่าสนใจจากบทที่ 1

บทที่ 1 On Buying เปิดให้อ่านทั้งบท (บทที่ 1, หน้า 3–8) เป็นบทสั้นที่ปูกรอบคิดก่อนเข้าเรื่องการขาย

  • เลือกความเชี่ยวชาญ ผู้เขียนเปรียบตลาดกับการแพทย์ที่ไม่มีใครเชี่ยวชาญทุกสาขา เทรดเดอร์ต้องเลือกสามเรื่อง คือ technical หรือ fundamental, trend following หรือ countertrend และ discretionary หรือ systematic ผู้เขียนบอกว่าไม่มีทางเลือกที่ถูกหรือผิด ขึ้นกับนิสัยของแต่ละคน

  • จุดอ่อนของแต่ละแบบ การเทรดด้วยดุลยพินิจล่อให้มือใหม่ตัดสินใจตามอารมณ์ ส่วนการเทรดด้วยระบบมักพาไปสู่ curve-fitting ผู้เขียนบอกว่าระบบที่ดีต้อง robust คือยังทำงานได้พอสมควรเมื่อสภาพตลาดเปลี่ยน

  • "ห้านัดต่อหนึ่งแม็ก" ผู้เขียนตั้งกฎว่าไม่ใช้ indicator เกินห้าตัวบนกราฟเดียว และตัวเขาเองใช้สี่ตัว คือ moving average, envelope, MACD และ Force Index

  • ระวังการวิเคราะห์กราฟแบบคลาสสิก ผู้เขียนไม่ไว้ใจรูปแบบอย่าง head-and-shoulders เพราะตีความได้ตามใจผู้มอง และเชื่อเฉพาะรูปแบบง่าย ๆ เช่น support, resistance และ breakout

  • สาม M ผู้เขียนสรุปว่าการเทรดที่สำเร็จตั้งอยู่บน Mind, Method และ Money คือจิตวิทยา วิธีการ และ risk control ทั้งสามผูกกันด้วยการจดบันทึกที่ดี

ภาพที่ 1.1 ในบทนี้ใช้ EMA 13 วันกับ 26 วันอธิบายแนวคิด "มูลค่า" ราคาที่ย่อลงมาในโซนระหว่างเส้นทั้งสองระหว่าง uptrend คือจังหวะซื้อ และราคาที่ห่างจาก EMA มากเกินไปมักดีดกลับ ผู้เขียนเปรียบว่าราคาผูกกับมูลค่าด้วยหนังยาง

พื้นฐานที่ควรมีก่อนอ่าน

บทที่ 1 อ้างถึง indicator อย่าง EMA, MACD และ Force Index โดยไม่ได้อธิบายวิธีคำนวณ ผู้เขียนบอกในเชิงอรรถว่าเครื่องมือของเขาอธิบายไว้แล้วในหนังสือเล่มก่อน และแนะนำ Come into My Trading Room ถ้าจะอ่านเล่มเดียว ผู้อ่านจึงควรรู้จัก bar chart และ indicator พื้นฐานมาก่อน

เหมาะกับใคร และใครควรเริ่มจากเล่มอื่นก่อน

  • เหมาะ กับเทรดเดอร์ที่มีวิธีหา entry อยู่แล้ว แต่ยังไม่มีกฎการขายและการตั้ง stop ที่ชัดเจน

  • เหมาะ กับผู้ที่อยากเริ่มเรียนการ short หุ้นหรือเครื่องมืออื่น และอยากเห็นกรณีศึกษาจาก bear market

  • เหมาะ กับผู้ที่ชอบฝึกด้วยแบบฝึกหัด เพราะแต่ละภาคมีคำถามและคำตอบท้ายภาค

  • ควรเริ่มจากเล่มอื่นก่อน ถ้ายังไม่รู้จัก indicator พื้นฐาน ผู้เขียนเองแนะนำหนังสือเล่มก่อนของเขาไว้ในบทที่ 1

ข้อจำกัดของข้อมูลที่ใช้ในบทความนี้

  • อ่านเฉพาะบทที่ 1 (หน้า 3–8) และสารบัญของฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 ที่ Wiley เผยแพร่ บทอื่นสรุปจากชื่อหัวข้อเท่านั้น

  • ข้อมูลในแคตตาล็อกของ Libro ใช้ ISBN 9781119204060 ซึ่งหน้า Wiley ระบุเป็น O-Book ของฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 เดียวกัน ส่วนฉบับปกอ่อนคือ 978-0-470-63239-0 Open Library บันทึก ISBN นี้ไว้เป็นปี 2015 ความยาว 368 หน้า (Open Library) ซึ่งตรงกับปีที่ O-Book ขึ้นระบบ

  • ตัวอย่างตลาดในเล่มเป็นช่วงปี 2007–2009 ตามสารบัญ

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้อ่านจบได้ในตัวเอง หนังสือด้านบนคือจุดต่อยอดสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาลึกขึ้น

  • 25 ตุลาคม 2569

    The Universal Principles of Successful Trading: หลักการเทรดของ Brent Penfold

    หนังสือของ Brent Penfold รวบรวมหลักการเทรดที่ผู้เขียนมองว่าใช้ได้ทุกตลาด ตั้งแต่ risk of ruin, expectancy, money management ไปจนถึงจิตวิทยา บทความนี้สรุปจากสารบัญและบทที่ 1 ที่ Wiley เผยแพร่ให้อ่านตัวอย่าง

  • 25 ตุลาคม 2569

    The Complete Guide to Market Breadth Indicators: อ่านสุขภาพตลาดจากจำนวนหุ้นขึ้นลง

    หนังสือของ Gregory L. Morris ว่าด้วย market breadth indicator ที่ดูว่าหุ้นส่วนใหญ่ในตลาดเคลื่อนไหวไปทางเดียวกับดัชนีหรือไม่ บทความนี้สรุปจากบทความของผู้เขียนบน StockCharts และข้อมูลแคตตาล็อก พร้อมความต่างระหว่างฉบับแรกกับฉบับที่ 2

  • 25 ตุลาคม 2569

    Trade Stocks and Commodities with the Insiders: เริ่มอ่านรายงาน COT แบบ Larry Williams

    หนังสือของ Larry Williams ว่าด้วยการใช้รายงาน Commitments of Traders ดูว่ากลุ่ม commercial ในตลาด futures ถือ position อย่างไร บทความนี้สรุปจากบทที่ 1 ที่ Wiley เผยแพร่และหน้าสำนักพิมพ์ เพื่อช่วยตัดสินว่าเล่มนี้เหมาะกับคุณหรือไม่