The Complete Guide to Market Breadth Indicators: อ่านสุขภาพตลาดจากจำนวนหุ้นขึ้นลง
หนังสือของ Gregory L. Morris ว่าด้วย market breadth indicator ที่ดูว่าหุ้นส่วนใหญ่ในตลาดเคลื่อนไหวไปทางเดียวกับดัชนีหรือไม่ บทความนี้สรุปจากบทความของผู้เขียนบน StockCharts และข้อมูลแคตตาล็อก พร้อมความต่างระหว่างฉบับแรกกับฉบับที่ 2

ขอบเขตของบทความ: ไม่พบสารบัญที่สำนักพิมพ์เผยแพร่ จึงไม่ได้แนะนำขอบเขตเนื้อหาจากสารบัญรายบท แต่ใช้บทความของผู้เขียนบน StockCharts.com ที่อธิบายหนังสือและฉบับที่ 2 ร่วมกับข้อมูลจาก Open Library และ Google Books ยังไม่ได้อ่านเนื้อหาเต็มเล่มหรือบทตัวอย่าง
ดัชนีหุ้นที่ขึ้นอาจมาจากหุ้นใหญ่ไม่กี่ตัว ขณะที่หุ้นส่วนใหญ่ในตลาดกำลังอ่อนตัวลง คนที่ดูเพียงกราฟดัชนีจึงอาจพลาดสัญญาณว่า trend เริ่มเปราะ market breadth indicator พยายามแก้ปัญหานี้ด้วยการนับว่าหุ้นกี่ตัวขึ้นหรือลง บทความนี้ช่วยดูว่าหนังสือของ Gregory Morris ว่าด้วยอะไร และฉบับไหนเหมาะกับคุณ
หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยอะไร
The Complete Guide to Market Breadth Indicators: How to Analyze and Evaluate Market Direction and Strength เขียนโดย Gregory L. Morris ฉบับแรกตีพิมพ์โดย McGraw-Hill ลงวันที่ 21 กันยายน 2005 ISBN 9780071444439 ความยาว 304 หน้า (Open Library) ปกของฉบับนี้มีชื่อรองว่า Using Market Breadth to Analyze and Evaluate the Market และระบุว่ามีคำนำโดย John Murphy
ในบทความปี 2019 บน StockCharts.com ผู้เขียนเล่าว่าเขียนเล่มนี้เพราะเห็นว่าเรื่อง breadth ยังไม่เคยมีใครเขียนไว้อย่างเพียงพอ ตำรา technical analysis เล่มใหญ่ ๆ มักให้พื้นที่เรื่องนี้เพียงบทหรือสองบท (Greg Morris, StockCharts.com, 2019)
เนื้อหาครอบคลุมหัวข้ออะไร
คำอธิบายหนังสือบน Google Books ระบุว่าเล่มนี้ครอบคลุมเครื่องมือ breadth เช่น advance/decline, new highs/new lows และ up/down volume โดยจัดบทตามความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ของคู่ข้อมูลที่ indicator ใช้ และแต่ละ indicator อธิบายด้วยหัวข้อเดียวกัน ได้แก่ ชื่ออื่น ผู้คิดค้น ข้อมูลที่ต้องใช้ วิธีตีความ กราฟ ความเห็นของผู้เขียน สูตร และแหล่งอ้างอิง พร้อมเนื้อหาจากนักวิเคราะห์อย่าง John Murphy, Don Beasley, Jim Miekka และ Tom กับ Sherman McClellan
รูปแบบนี้ทำให้เล่มใช้งานแบบสารานุกรมได้ คือเปิดหา indicator ที่สนใจแล้วดูสูตรกับวิธีตีความ ข้อสังเกตนี้อนุมานจากคำอธิบาย ยังไม่ได้เห็นเนื้อหาจริง
market breadth คืออะไร ในมุมของผู้เขียน
บทความ "Why Breadth" ของผู้เขียนเมื่อปี 2017 อธิบายเหตุผลที่ให้ความสำคัญกับ breadth ไว้หลายข้อ (Greg Morris, StockCharts.com, 2017)
breadth ให้น้ำหนักหุ้นทุกตัวเท่ากัน จึงไม่ติดปัญหาการกระจุกตัวแบบดัชนีที่ถ่วงน้ำหนักด้วยมูลค่าตลาด ซึ่งผู้เขียนมองว่าอาจสะท้อนความตื่นเต้นของนักลงทุนต่อหุ้นร้อนแรงไม่กี่ตัว
ผู้เขียนเรียก breadth ว่าเป็นรอยเท้าของตลาด และมองว่าเป็นมาตรวัด liquidity ของตลาดที่เขาให้น้ำหนักมากกว่าเครื่องมืออื่น
breadth indicator ส่วนใหญ่เกิดพร้อมหรือช้ากว่าราคา แต่ผู้เขียนเห็นว่าการยืนยันจาก indicator ที่ช้ายังมีค่า และ oscillator แบบอัตราส่วนบางตัวอาจให้สัญญาณเร็วขึ้นเมื่อแตะระดับที่เคยเกิดสม่ำเสมอในอดีต
บทความเดียวกันระบุว่าในฉบับที่ 2 บทที่ 10 ว่าด้วย indicator ของ Sherman, Marian และ Tom McClellan
ฉบับแรกกับฉบับที่ 2 ต่างกันอย่างไร
ผู้เขียนออก ฉบับที่ 2 ในรูปแบบ Kindle เมื่อปี 2015 หลังทำงานร่วมกับทีม StockCharts.com มากว่าหนึ่งปี ตามบทความทั้งสองชิ้น ฉบับที่ 2 มีความต่างดังนี้
เพิ่มเนื้อหาจาก Tom McClellan, George Schade และ Dick Arms และมีคำนำโดย Tom McClellan
เพิ่มบทที่ 11 ใหม่ทั้งบท ว่าด้วย breadth indicator ที่ไม่ได้มาจากข้อมูลภายในตลาด (non-internal breadth)
กราฟทั้งหมดมาจาก StockCharts.com และ breadth indicator ของหนังสือถูกเพิ่มเข้าในรายการสัญลักษณ์ของ StockCharts
ผู้ซื้อฉบับ Kindle ได้รับการปรับปรุงเนื้อหาในภายหลัง
หนังสือในแคตตาล็อกของ Libro เป็น ฉบับแรก ปี 2005 ของ McGraw-Hill จึงไม่มีส่วนที่เพิ่มในฉบับที่ 2 เหล่านี้
เหมาะกับใคร และใครควรเริ่มจากเล่มอื่นก่อน
เหมาะ กับ technical analyst และนักลงทุนที่ดูดัชนีอยู่แล้ว และอยากมีเครื่องมือตรวจว่าการเคลื่อนไหวของดัชนีมีหุ้นส่วนใหญ่สนับสนุนหรือไม่
เหมาะ กับคนที่ต้องการหนังสืออ้างอิงเฉพาะเรื่อง breadth มากกว่าตำราเทคนิคทั่วไป ตามเหตุผลที่ผู้เขียนให้ไว้
ควรเลือกฉบับที่ 2 ถ้าต้องการ non-internal breadth indicator หรือกราฟที่ใช้ร่วมกับ StockCharts ได้ทันที
ข้อจำกัดของข้อมูลที่ใช้ในบทความนี้
ยังไม่ได้อ่านเนื้อหาในเล่ม และไม่พบสารบัญของฉบับแรก ข้อมูลเกี่ยวกับบทต่าง ๆ มาจากบทความของผู้เขียนที่พูดถึงฉบับที่ 2
บทความบน StockCharts เป็นงานของผู้เขียนเอง จึงมีส่วนที่เป็นการแนะนำหนังสือของตัวเอง ความเห็นเรื่องข้อดีของ breadth ในบทความนี้จึงระบุว่าเป็นมุมมองของผู้เขียน
Open Library และ Google Books ตรงกันเรื่องปี 2005 และความยาว 304 หน้า แต่ไม่มีหน้าหนังสือของ McGraw-Hill ให้ยืนยันเพิ่มเติม
แหล่งอ้างอิง
The Complete Guide to Market Breadth Indicators (2019) · Greg Morris, StockCharts.com · เหตุผลที่เขียนและสิ่งที่เพิ่มในฉบับที่ 2
Why Breadth (2017) · Greg Morris, StockCharts.com · มุมมองของผู้เขียนเรื่อง breadth และบทที่ 10–11 ของฉบับที่ 2
Open Library: 9780071444439 · Internet Archive · ข้อมูลฉบับแรก วันที่ และจำนวนหน้า
Google Books: The Complete Guide to Market Breadth Indicators · Google Books · ข้อมูลฉบับและคำอธิบายหนังสือ
หนังสือที่กล่าวถึงในบทความนี้

The Complete Guide to Market Breadth Indicators
Gregory L. Morris
ฉบับแรกปี 2005 ของ McGraw-Hill ที่ผู้เขียนตั้งใจรวบรวม breadth indicator ซึ่งตำราเทคนิคทั่วไปมักให้พื้นที่เพียงบทหรือสองบท
บทความนี้อ่านจบได้ในตัวเอง หนังสือด้านบนคือจุดต่อยอดสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาลึกขึ้น
อ่านต่อ
25 ตุลาคม 2569
The New Sell and Sell Short: วางแผนขาย cut loss และ short selling แบบ Alexander Elderหนังสือของ Alexander Elder ว่าด้วยด้านที่เทรดเดอร์มักละเลย คือการขายทำกำไร การตั้ง stop และ short selling บทความนี้สรุปจากสารบัญและบทที่ 1 ที่ Wiley เผยแพร่ให้อ่านตัวอย่างของฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2
25 ตุลาคม 2569
Technical Analysis Explained ฉบับที่ 5: ตำราอ้างอิง technical analysis ของ Martin Pringตำรา technical analysis ของ Martin J. Pring ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 5 ความยาว 832 หน้า บทความนี้สรุปจากหน้าสำนักพิมพ์ McGraw Hill เว็บไซต์ผู้เขียน และข้อมูลแคตตาล็อก เพื่อช่วยดูว่าเล่มนี้ครอบคลุมอะไรและเหมาะกับใคร
25 ตุลาคม 2569
The Universal Principles of Successful Trading: หลักการเทรดของ Brent Penfoldหนังสือของ Brent Penfold รวบรวมหลักการเทรดที่ผู้เขียนมองว่าใช้ได้ทุกตลาด ตั้งแต่ risk of ruin, expectancy, money management ไปจนถึงจิตวิทยา บทความนี้สรุปจากสารบัญและบทที่ 1 ที่ Wiley เผยแพร่ให้อ่านตัวอย่าง
