Libro

The Ivy Portfolio: ถอดแนวทางกองทุน Endowment ของ Yale และ Harvard มาใช้กับ ETF

Mebane Faber และ Eric Richardson ศึกษาว่ากองทุน endowment ของ Yale และ Harvard จัด portfolio อย่างไร แล้วเสนอวิธีจำลองด้วย ETF และระบบ trend following บทความนี้สรุปจากสารบัญและบทที่ 1 ที่ Wiley เปิดให้อ่านตัวอย่าง

ภาพประกอบบทความ: ปกหนังสือ The Ivy Portfolio โดย Mebane T. Faber & Eric W. Richardson

ขอบเขตของบทความ: สรุปจากสารบัญและการอ่านตัวอย่างบทที่ 1 The Super Endowments ที่ Wiley เผยแพร่ รวมกับข้อมูลหนังสือจากหน้าสำนักพิมพ์และ Open Library ยังไม่ได้อ่านบทอื่น ข้อสังเกตเรื่องบทที่ 2–9 มาจากชื่อหัวข้อในสารบัญเท่านั้น บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

คนที่อยากจัด portfolio หลายสินทรัพย์มักได้ยินว่ากองทุนของมหาวิทยาลัยใหญ่ในสหรัฐฯ ทำผลงานได้ดีในระยะยาว คำถามคือกองทุนเหล่านี้ทำอะไรต่างจากนักลงทุนทั่วไป และนักลงทุนรายย่อยลอกส่วนไหนมาใช้ได้จริง The Ivy Portfolio ตั้งคำถามนี้เป็นโจทย์ของทั้งเล่ม

หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยอะไร

The Ivy Portfolio: How to Invest Like the Top Endowments and Avoid Bear Markets เขียนโดย Mebane T. Faber และ Eric W. Richardson ฉบับในรายการนี้คือฉบับปกอ่อนของ Wiley เดือนเมษายน 2011 ISBN 978-1-118-00885-0 ความยาว 240 หน้า ส่วนฉบับ e-book ออกเมื่อเมษายน 2009 (หน้าหนังสือของ Wiley, Open Library) หน้าสำนักพิมพ์ระบุว่า Faber เป็นผู้จัดการกองทุนที่ Cambria Investment Management และ Richardson เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทเดียวกัน

คำอธิบายของสำนักพิมพ์บอกว่าหนังสือแสดงวิธีติดตามและเลียนแบบกลยุทธ์ของกองทุน endowment ของ Harvard และ Yale โดยใช้ Policy Portfolio ของกองทุนเป็นแนว สร้าง strategic asset allocation ด้วย ETF เสนอ tactical asset allocation เพื่อลดความเสี่ยงใน bear market และวิธีติดตามการเลือกหุ้นของ hedge fund ชั้นนำ

เนื้อหาครอบคลุมหัวข้ออะไร

สารบัญแบ่งเป็นสามภาค เก้าบท (สารบัญ):

ภาค

บท

หัวข้อตามสารบัญ

Part One: Constructing Your Ivy Portfolio

1–4

The Super Endowments; The Yale Endowment; The Harvard Endowment; Building Your Own Ivy League Portfolio

Part Two: Alternatives

5–6

Private Equity; Hedge Funds

Part Three: Active Management

7–9

Winning by Not Losing; Following the Smart Money; Develop an Action Plan

หัวข้อย่อยที่ชี้ทิศทางของเล่ม เช่น บทที่ 4 มี Creating an All-Weather Policy Portfolio through Indexing และ Rebalancing Your Portfolio บทที่ 7 มี The Quantitative System, Out-of-Sample Testing and Systematic Tactical Asset Allocation และ A Rotation System ส่วนบทที่ 8 เริ่มจาก Introduction to the 13F (รายงานการถือหุ้นที่ผู้จัดการกองทุนรายใหญ่ในสหรัฐฯ ต้องยื่น คำอธิบายนี้เป็นของบทความ) ท้ายเล่มมีภาคผนวกทบทวนงานเรื่อง momentum และ trend following

แนวคิดจากบทที่ 1

บทที่ 1 วางเหตุผลว่าทำไมจึงควรศึกษากองทุน endowment (บทที่ 1):

  • ผลงานที่เป็นจุดตั้งต้น บทนี้เปิดด้วยตัวเลขว่า endowment ของ Yale ให้ compound return ราว 16.62% ต่อปีช่วง 1985–2008 เทียบกับ S&P 500 ที่ราว 11.98% โดยผันผวนน้อยกว่า ส่วนของ Harvard ให้ผลตอบแทนเกิน 15% ต่อปี (หน้า 3) ตัวเลขนี้เป็นผลในอดีตของกองทุนที่ผู้เขียนยกมา ไม่ได้บอกว่าผู้อ่านจะได้ผลเท่ากัน

  • endowment ต่างจากนักลงทุนทั่วไป ผู้เขียนชี้ว่ากองทุนเหล่านี้ไม่เสียภาษี มีกรอบเวลาไม่สิ้นสุด ใช้เงินปีละราว 4–5% และถือ illiquid assets ได้ ข้อจำกัดเหล่านี้ไม่ตรงกับนักลงทุนรายย่อยที่ต้องใช้เงินซื้อบ้านหรือจ่ายค่าเล่าเรียน (หน้า 4–5)

  • ตัวอย่างการบริหารที่พลาด กรอบ How Not to Run an Endowment เล่ากรณีที่กองทุนกระจุกการลงทุนในหุ้นตัวเดียวหรือบริษัทท้องถิ่น และเชื่อมกับความผิดพลาดของนักลงทุนรายย่อยที่ถือหุ้นนายจ้างมากเกินไป (หน้า 6–7)

  • โครงสร้าง portfolio ของกองทุนใหญ่ จากข้อมูล NACUBO ปี 2007 กองทุนที่ใหญ่กว่า 1 พันล้านดอลลาร์ถือหุ้นและพันธบัตรน้อยกว่ากองทุนเล็ก แต่ถืออสังหาริมทรัพย์ สินค้าโภคภัณฑ์ และ alternative assets มากกว่า (หน้า 12–14)

  • active management ผู้เขียนระบุว่ากองทุนใหญ่บริหารแบบ active ราว 95% ของสินทรัพย์ อ้างงานของ Brown (2007) ว่าความสามารถเลือกหลักทรัพย์เป็นตัวแยกผลงานระหว่างกองทุน และชี้ข้อได้เปรียบที่รายย่อยไม่มี เช่น อำนาจต่อรองค่าธรรมเนียม เครือข่ายศิษย์เก่า และทีมงานประจำ (หน้า 14–16)

ข้อสังเกตของบทความ: ข้อได้เปรียบในข้อสุดท้ายเป็นเหตุผลที่บทถัดไปต้องหาวิธีจำลองด้วย ETF และระบบ tactical แทนการลอกกองทุนตรง ๆ แต่รายละเอียดวิธีอยู่ในบทที่ 4 และ 7 ซึ่งยังไม่ได้อ่าน

พื้นฐานที่ควรมีก่อนอ่าน

บทที่ 1 ใช้คำอย่าง compound return, volatility ที่วัดด้วย standard deviation, real return หลังเงินเฟ้อ และ active management ผู้อ่านที่คุ้นกับคำเหล่านี้และรู้จัก ETF จะตามได้ง่าย สารบัญบทที่ 7 มีเรื่องการทดสอบนอกช่วงตัวอย่าง ผู้ที่อยากเข้าใจระบบ trend following ควรมีพื้นฐานเรื่อง backtest มาบ้าง ข้อนี้เป็นข้อสังเกตของบทความ

เหมาะกับใคร และใครควรเริ่มจากเล่มอื่นก่อน

  • เหมาะ กับนักลงทุนที่จัด portfolio หลายสินทรัพย์ด้วย ETF อยู่แล้ว และอยากเห็นแนวคิดของกองทุน endowment กับระบบ tactical asset allocation ในเล่มเดียว

  • อาจไม่ตรงความต้องการ ถ้าต้องการวิธีวิเคราะห์หุ้นรายตัวเชิงพื้นฐาน เพราะสารบัญเน้น asset allocation, alternative assets และการติดตามกองทุน

  • ข้อมูลในบทที่ 1 สิ้นสุดราวปี 2008 และ ETF กับกฎของสหรัฐฯ ที่กล่าวถึงอาจเปลี่ยนไปแล้ว ผู้อ่านในไทยต้องตรวจว่ามีผลิตภัณฑ์ที่ลงทุนได้จริง

ข้อจำกัดของข้อมูลที่ใช้ในบทความนี้

  • อ่านเฉพาะบทที่ 1 (หน้า 3–16) และสารบัญที่ Wiley เผยแพร่ บทอื่นสรุปจากชื่อหัวข้อเท่านั้น

  • ฉบับปกอ่อนปี 2011 ใช้ข้อมูลถึงปี 2008 ในบทที่ 1 ซึ่งตรงกับช่วงที่ e-book ออกปี 2009 จึงน่าจะเป็นเนื้อหาชุดเดิม แต่ยังไม่ได้ยืนยันว่ามีการแก้ไขหรือไม่

  • ภาพปกในโฟลเดอร์เป็นไฟล์ปกที่มีสันหนังสือและเส้นตัดขอบ จึงไม่ใช้เป็นปกของรายการนี้

  • บทความนี้ไม่ได้ทดสอบระบบหรือคำนวณผลตอบแทนในเล่มซ้ำ

แหล่งอ้างอิง

  • ปกหนังสือ The Ivy Portfolio

    The Ivy Portfolio

    Mebane T. Faber & Eric W. Richardson

    สารบัญแบ่งเป็นการสร้าง portfolio แบบ endowment ด้วย ETF, alternative assets และระบบ tactical asset allocation เพื่อลดความเสียหายใน bear market

    ดูรายละเอียด

บทความนี้อ่านจบได้ในตัวเอง หนังสือด้านบนคือจุดต่อยอดสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาลึกขึ้น

  • 25 ตุลาคม 2569

    The Joys of Compounding: value investing และการเรียนรู้ตลอดชีวิตของ Gautam Baid

    Gautam Baid รวบรวมบทเรียนจากนักลงทุนอย่าง Buffett, Munger และ Graham เข้ากับเรื่องการพัฒนาตนเอง บทความนี้สรุปจากสารบัญและคำอธิบายของ Columbia University Press ฉบับปรับปรุงปี 2020 พร้อมรีวิวจาก CFA Institute

  • 25 ตุลาคม 2569

    The Intelligent Investor ฉบับปรับปรุง 2003: Graham พร้อมคำอธิบายของ Jason Zweig

    แนะนำ The Intelligent Investor ฉบับปรับปรุงปี 2003 ที่คงข้อความของ Benjamin Graham ไว้และเพิ่มคำอธิบายของ Jason Zweig สรุปจากข้อมูลหนังสือ คำอธิบายของสำนักพิมพ์ และรายชื่อบท เพื่อช่วยดูว่าฉบับนี้ตรงกับที่คุณต้องการหรือไม่

  • 25 ตุลาคม 2569

    The Little Book That Beats the Market: แนวคิด Magic Formula ของ Joel Greenblatt

    Joel Greenblatt อธิบายวิธีเลือกหุ้นบริษัทดีในราคาที่ไม่แพงด้วยเกณฑ์สองข้อ บทความนี้สรุปจากข้อมูลหนังสือ คำอธิบายของสำนักพิมพ์ และรีวิวจาก Publishers Weekly เพื่อช่วยดูว่าเล่มนี้ตรงกับสิ่งที่คุณต้องการหรือไม่