Libro

The Intelligent Asset Allocator: เข้าใจความเสี่ยงก่อนจัด portfolio กับ William Bernstein

หนังสือปี 2000 ของ William J. Bernstein ว่าด้วย asset allocation ด้วยตัวเอง บทความนี้สรุปจากบทที่ 1 และ 2 ที่ผู้เขียนเผยแพร่บนเว็บไซต์โดยได้รับอนุญาตจากสำนักพิมพ์ พร้อมสารบัญ เพื่อช่วยดูว่าเล่มนี้ลึกพอหรือยากเกินไปสำหรับคุณ

ภาพประกอบบทความ: ปกหนังสือ The Intelligent Asset Allocator โดย William J. Bernstein

ขอบเขตของบทความ: อ่านบางบท คือบทที่ 1 และบทที่ 2 ที่ผู้เขียนเผยแพร่บนเว็บไซต์ Efficient Frontier โดยได้รับอนุญาตจาก McGraw-Hill รวมกับสารบัญแบบมีคำอธิบายของผู้เขียนและข้อมูลหนังสือจากแคตตาล็อก ยังไม่ได้อ่านบทที่ 3–9 ข้อความบนเว็บอาจต่างจากฉบับพิมพ์เล็กน้อย บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

หลายคนรู้ว่าควร diversify แต่ไม่แน่ใจว่าจะวัดความเสี่ยงอย่างไร หรือจะเลือกสัดส่วนหุ้นกับพันธบัตรจากอะไร The Intelligent Asset Allocator เขียนให้คนที่อยากตอบคำถามนี้ด้วยตัวเลขมากกว่าความรู้สึก

หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยอะไร

The Intelligent Asset Allocator: How to Build Your Portfolio to Maximize Returns and Minimize Risk เขียนโดย William J. Bernstein ตีพิมพ์โดย McGraw-Hill เมื่อ 22 กันยายน 2000 ISBN 978-0-07-136236-8 ความยาว 206 หน้า (Open Library)

คำอธิบายของสำนักพิมพ์บอกว่าหนังสือเขียนให้นักลงทุนที่อยากสร้าง diversified portfolio เองโดยไม่ต้องมีที่ปรึกษา ช่วยให้เข้าใจลักษณะความเสี่ยงและผลตอบแทนของการลงทุนแต่ละประเภท และนำ portfolio theory มาใช้ ข้อมูลผู้เขียนระบุว่าเขาเป็นอดีตแพทย์ประสาทวิทยาที่ศึกษาการลงทุนด้วยตัวเอง เป็นผู้ร่วมบริหาร Efficient Frontier Advisors และได้รับรางวัล James R. Vertin Award จาก CFA Institute ในปี 2017 (Google Books)

หน้าหนังสือบนเว็บไซต์ของผู้เขียนระบุว่า McGraw-Hill อนุญาตให้เผยแพร่คำนำ บทที่ 1 และบทที่ 2 (หน้าหนังสือของผู้เขียน)

เนื้อหาครอบคลุมหัวข้ออะไร

สารบัญแบบมีคำอธิบายบนเว็บไซต์ผู้เขียนมีเก้าบท (สารบัญ):

บท

ชื่อบท

คำอธิบายของผู้เขียนโดยย่อ

1

General Considerations

ไม่มีคำอธิบาย

2

Behavior of Single Asset Classes

ผลตอบแทนของสินทรัพย์ในและต่างประเทศตลอดศตวรรษที่ 20

3

Theoretical Considerations

พฤติกรรมของ portfolio พื้นฐานและความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์

4

Behavior of Real-World Portfolios

ประโยชน์ของการกระจายไปหุ้นต่างประเทศและหุ้นขนาดเล็ก

5

Optimal Portfolio Allocations

วิธีหา asset allocation ที่ได้ผล

6

Market Efficiency

ตลาดรู้มากกว่านักลงทุนรายใดรายหนึ่ง และควรรับมืออย่างไร

7

Odds and Ends

value investing, การคาดการณ์ Dow 36,000, การ hedge, dynamic allocation และ behavioral finance

8

Implementing Your Asset Allocation

วิธีลงมือ ตั้งแต่แบบง่ายจนถึงแบบซับซ้อน

9

Investment Resources

หนังสือและเว็บไซต์ที่มีประโยชน์

แนวคิดจากบทที่ 1 และ 2

บทที่ 1 General Considerations (บทที่ 1)

  • ตัวอย่างลุง Fred ผู้เขียนให้ผู้อ่านเลือกระหว่างฝากเงินปีละ 5,000 ดอลลาร์เป็นเวลา 35 ปีในบัญชีเงินฝากประจำที่ได้ 3% แน่นอน กับการโยนเหรียญทุกปีที่ออกหัวได้ 30% ออกก้อยเสีย 10% จุดที่ผู้เขียนชี้คือการโยนเหรียญให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10% แต่ compound return ต่อปีราว 8.17% และ compound return คือตัวเลขที่ใช้จ่ายได้จริง

  • ความเสี่ยงกับผลตอบแทนผูกกัน ผู้เขียนเทียบการโยนเหรียญกับหุ้นสหรัฐฯ ที่ให้ผลตอบแทนราว 11.22% ต่อปีในช่วง 1926–1998 และสรุปว่าในระยะยาว นักลงทุนได้ค่าตอบแทนจากการรับความเสี่ยง การลงทุนที่สัญญาผลตอบแทนสูงโดยเสี่ยงต่ำเป็นสัญญาณเตือน

  • standard deviation (SD) บทนี้ใช้ SD เป็น risk measure หลัก ให้ช่วง SD ทั่วไปของสินทรัพย์แต่ละประเภท ตั้งแต่ money market จนถึง emerging markets และพูดถึงข้อจำกัดของ SD กับตัววัดอื่นอย่าง semivariance โดยยกกรณี Long-Term Capital Management ประกอบ

บทที่ 2 Risk and Return บนเว็บใช้ชื่อนี้ ส่วนสารบัญใช้ชื่อ Behavior of Single Asset Classes (บทที่ 2)

  • ไล่ดูตั๋วเงินคลัง ตราสารหนี้ 5 ปี พันธบัตร 20 ปี large-cap และ small-cap ของสหรัฐฯ ช่วง 1926–98 แล้วต่อด้วย REITs หุ้นเหมืองโลหะมีค่า และหุ้นต่างประเทศช่วง 1970–98

  • ข้อสังเกตที่ผู้เขียนเน้น เช่น พันธบัตร 20 ปีให้ผลตอบแทนใกล้เคียงตราสาร 5 ปี ผู้ถือจึงไม่ได้ค่าตอบแทนจากความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น และ large-cap สูญมูลค่าที่แท้จริงเกือบสองในสามช่วง 1929–32 ส่วน small-cap ลดลงกว่า 85%

  • หัวข้อ The Problem with Historical Returns เตือนว่าผลตอบแทนในอดีตอาจหลอกตา ผู้เขียนเสนอให้ประมาณผลตอบแทนหุ้นจากเงินปันผล การเติบโตของกำไร และการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าเทียบกำไร และใช้ตัวเลขแบบระมัดระวัง

ตัวเลขทั้งหมดเป็นข้อมูลถึงปี 1998 ตามที่ผู้เขียนใช้ในเล่ม ไม่ใช่การคาดการณ์ผลตอบแทนในปัจจุบัน

พื้นฐานที่ควรมีก่อนอ่าน

บทที่ 1 แนะนำให้ใช้เครื่องคิดเลขทางการเงินหรือ spreadsheet คำนวณ compound return และ SD เอง และบทที่ 3–5 ว่าด้วย portfolio theory และสัดส่วนที่เหมาะสมตามสารบัญ ผู้อ่านจึงควรสบายใจกับตัวเลข ร้อยละ และ statistics เบื้องต้น หน้าแรกของเว็บไซต์ผู้เขียนแนะนำเล่มนี้ว่าเป็นหนังสือ "For the Sophisticated Investor"

เหมาะกับใคร และใครควรเริ่มจากเล่มอื่นก่อน

  • เหมาะ กับคนที่อยากเข้าใจเหตุผลเชิงตัวเลขของ asset allocation และอยากคำนวณเองได้ ไม่ใช่แค่ทำตามสูตร

  • ควรเริ่มจากเล่มอื่นก่อน ถ้ายังไม่คุ้นกับคำอย่าง compound return หรือ volatility อาจเริ่มจากหนังสือการลงทุนเบื้องต้นก่อน ข้อนี้เป็นข้อแนะนำของบทความ

  • ข้อมูลและผลิตภัณฑ์ในเล่มเป็นของสหรัฐฯ และสิ้นสุดราวปี 1998 ผู้อ่านในไทยต้องปรับเข้ากับสินทรัพย์ที่ลงทุนได้จริง

ข้อจำกัดของข้อมูลที่ใช้ในบทความนี้

  • อ่านเฉพาะบทที่ 1 และ 2 จากเว็บไซต์ผู้เขียน ภาพประกอบในหน้าเว็บไม่แสดงผล และตารางบางส่วนในบทที่ 2 แสดงผลไม่ครบ บทที่ 3–9 สรุปจากสารบัญเท่านั้น

  • ชื่อบทที่ 2 บนเว็บไม่ตรงกับสารบัญ ข้อความบนเว็บอาจเป็นฉบับก่อนพิมพ์ ควรยืนยันฉบับอีกครั้งตอนสอบถาม

  • บทความนี้ไม่ได้คำนวณตัวเลขในเล่มซ้ำ

แหล่งอ้างอิง

  • ปกหนังสือ The Intelligent Asset Allocator

    The Intelligent Asset Allocator

    William J. Bernstein

    บทที่ 1–2 อธิบาย standard deviation, compound return และประวัติผลตอบแทนของสินทรัพย์สหรัฐฯ ก่อนเข้าสู่การจัด portfolio ในบทถัดไป

    ดูรายละเอียด

บทความนี้อ่านจบได้ในตัวเอง หนังสือด้านบนคือจุดต่อยอดสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาลึกขึ้น