Quantitative Risk Management ฉบับปรับปรุง: ตำราหลักด้าน risk measurement
ตำราของ McNeil, Frey และ Embrechts ฉบับปรับปรุงปี 2015 ว่าด้วย model ความเสี่ยงด้านตลาด เครดิต และปฏิบัติการ บทความนี้สรุปจากสารบัญ คำนำ และบทที่ 1 ที่ Princeton University Press เผยแพร่ให้อ่านตัวอย่าง

ขอบเขตของบทความ: สรุปจากสารบัญ คำนำ และบทที่ 1 ที่ Princeton University Press เผยแพร่ให้อ่านตัวอย่าง รวมกับข้อมูลจากหน้าสำนักพิมพ์ ยังไม่ได้อ่านบทที่ 2–17 ข้อสังเกตเรื่องบทเหล่านั้นมาจากชื่อบทและคำนำเท่านั้น
คนที่เคยคำนวณ Value at Risk ด้วยสมมติฐาน normal distribution มักพบปัญหาเดียวกันเมื่อตลาดผันผวนหนัก ความสูญเสียจริงใหญ่กว่าที่ model บอกไว้มาก และสินทรัพย์ที่ควรช่วยกระจายความเสี่ยงกลับร่วงพร้อมกัน คำถามคือจะวัดความเสี่ยงให้รับมือกับหางของ distribution และการพึ่งพากันในภาวะวิกฤตได้อย่างไร
Quantitative Risk Management เป็นตำราที่ตั้งคำถามนี้เป็นแกนกลาง บทความนี้ดูว่าฉบับปรับปรุงครอบคลุมอะไร ต้องมีพื้นฐานแค่ไหน และเหมาะกับใคร
หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยอะไร
Quantitative Risk Management: Concepts, Techniques and Tools ฉบับปรับปรุง (Revised Edition) เขียนโดย Alexander J. McNeil จาก Heriot-Watt University, Rüdiger Frey จาก Vienna University of Economics and Business และ Paul Embrechts จาก ETH Zurich อยู่ในชุด Princeton Series in Finance ตีพิมพ์ 26 พฤษภาคม 2015 ความยาว 720 หน้า ISBN ฉบับปกแข็ง 9780691166278 (หน้าหนังสือของ Princeton University Press)
หน้าสำนักพิมพ์ระบุว่าหนังสือครอบคลุมวิธีสร้าง model ความเสี่ยงด้านตลาด เครดิต และปฏิบัติการ รวมถึง loss distributions, risk measures และหลักการรวมและจัดสรรความเสี่ยง ฉบับปรับปรุงขยายเนื้อหาหลังวิกฤตการเงิน ทำให้บทสั้นลงเพื่อการสอน เพิ่ม Solvency II และ risk management ประกันภัย ขยายเรื่องเครดิตรวมถึง counterparty credit risk และ pricing CDO และเพิ่มบทใหม่ด้าน market risk
เนื้อหาครอบคลุมหัวข้ออะไร
สารบัญแบ่งเป็นสี่ภาค 17 บท และภาคผนวก (สารบัญ):
ภาค | บท | หัวข้อตามสารบัญ |
|---|---|---|
I An Introduction to QRM | 1–3 | Risk in Perspective, Basic Concepts in Risk Management, Empirical Properties of Financial Data |
II Methodology | 4–8 | Financial Time Series, Extreme Value Theory, Multivariate Models, Copulas and Dependence, Aggregate Risk |
III Applications | 9–13 | Market Risk, Credit Risk, Portfolio Credit Risk Management, Portfolio Credit Derivatives, Operational Risk and Insurance Analytics |
IV Special Topics | 14–17 | Multivariate Time Series, Advanced Topics in Multivariate Modelling, Advanced Topics in Extreme Value Theory, Dynamic Portfolio Credit Risk Models and Counterparty Risk |
คำนำเสนอแนวทางใช้หนังสือสอนหลายแบบ (คำนำ) เช่น วิชา QRM ทั่วไปที่ใช้ภาค I–III ต้องใช้อย่างน้อยสองภาคเรียน วิชา market risk ภาคเรียนเดียวใช้ภาค I บทที่ 4–6 และบทที่ 9 ส่วนวิชา credit risk ใช้ภาค I บทที่ 6–7, 10–12 และอาจเพิ่มบทที่ 17
ผู้เขียนบอกตรง ๆ ว่ามีหัวข้อที่ไม่ได้ครอบคลุม ที่ชัดที่สุดคือ risk management ของ derivatives ด้วยการ hedge เพราะมีตำราอื่นอธิบายไว้ดีแล้ว รวมถึง model ของ price liquidity risk และ systemic risk ในเครือข่ายสถาบันการเงิน
แนวคิดที่น่าสนใจจากคำนำและบทที่ 1
ข้อความหลักไม่เปลี่ยนหลังวิกฤต คำนำบอกว่าฉบับแรกออกปี 2005 และแม้ระเบียบวิธีถูกทดสอบหนักในวิกฤต 2007–9 ผู้เขียนเห็นว่าไม่ต้องแก้ข้อความหลัก เพราะเรื่องที่เน้นไว้ ได้แก่ ความสำคัญของค่าสุดขั้ว การพึ่งพากันในภาวะสุดขั้ว systematic risk และ model risk ใน credit portfolio model กลายเป็นประเด็นกลางของวิกฤต นี่เป็นการประเมินของผู้เขียนเอง
ประเภทความเสี่ยง บทที่ 1 (บทที่ 1) อธิบายโดยไม่ใช้คณิตศาสตร์ว่าหนังสือเน้น market risk, credit risk และ operational risk และกล่าวถึง model risk กับ liquidity risk ด้วย ตัวอย่าง model risk คือการใช้ Black–Scholes กับ exotic option ในสภาวะที่สมมติฐานผลตอบแทนแจกแจงปกติไม่เป็นจริง ส่วน funding liquidity risk ระบุว่าไม่ได้เป็นหัวข้อของหนังสือ
ตัว Q ใน QRM หัวข้อ 1.5.1 ยอมรับคำวิจารณ์ว่า model คณิตศาสตร์มีส่วนในวิกฤต แต่ผู้เขียนยืนยันว่า quantitative measurement เป็นส่วนหนึ่งของทางแก้ และอ้างคำของ Shreve (2008) ว่า "Don't blame the quants. Hire good ones instead and listen to them."
สองความท้าทายหลัก หัวข้อ 1.5.2 ระบุว่า extremes matter คือต้องจัดการกับผลลัพธ์สุดขั้วมากกว่าค่าเฉลี่ย จึงใช้ model ที่มีหางหนากว่า normal distribution และเรื่อง interdependence and concentration of risks คือสถานการณ์ที่ปัจจัยเสี่ยงหลายตัวเคลื่อนไหวสวนทางเราพร้อมกันจน diversification ใช้ไม่ได้
พื้นฐานที่ควรมีก่อนอ่าน
คำนำระบุพื้นฐานที่จำเป็นว่า probability และ statistics อย่างน้อยระดับวิชาแรกของมหาวิทยาลัยในสาขา quantitative และคุ้นกับแคลคูลัสกับพีชคณิตเชิงเส้นระดับปริญญาตรี ความรู้ด้านการเงิน เศรษฐศาสตร์ หรือประกันภัยไม่จำเป็นแต่ช่วยให้เข้าใจบางส่วนได้ดีขึ้น บทที่ 1 อ้างถึงระบบสัจพจน์ probability ของ Kolmogorov ตั้งแต่ต้น แม้จะบอกว่าผู้อ่านที่พื้นคณิตศาสตร์น้อยยอมรับกรอบนี้ไว้ก่อนก็พอ
เหมาะกับใคร และใครควรเริ่มจากเล่มอื่นก่อน
คำนำระบุผู้อ่านสามกลุ่ม คือ นักศึกษาปริญญาตรีปีสูงหรือบัณฑิตศึกษาและผู้ทำงานในอุตสาหกรรมการเงิน ผู้ทำงานด้านความเสี่ยงที่ใช้เป็นหนังสืออ้างอิง และนักวิจัยในสาขานี้
เหมาะ กับคนที่ทำงานหรือจะทำงานด้าน risk management, actuarial หรือ regulation ที่ต้องการกรอบคิดเชิงคณิตศาสตร์ของ VaR, risk measures และ copulas
เหมาะ กับ quant ที่อยากเข้าใจว่าทำไมmodel แบบ normal distributionประเมินความเสี่ยงหางต่ำเกินไป
ควรเลือกเล่มอื่น ถ้าต้องการเรียนการ hedge derivatives เพราะผู้เขียนระบุว่าไม่ได้ครอบคลุม
ควรปูพื้นก่อน ถ้ายังไม่ผ่านวิชา probability และ statistics ระดับมหาวิทยาลัย
ข้อจำกัดของข้อมูลที่ใช้ในบทความนี้
อ่านสารบัญ คำนำ และบทที่ 1 ที่สำนักพิมพ์เผยแพร่ บทที่ 2–17 สรุปจากชื่อบทและคำนำเท่านั้น
ISBN ในแคตตาล็อกของ Libro คือ 9781400866281 ซึ่งปรากฏใน URL ของหน้าฉบับ e-book บนเว็บสำนักพิมพ์ ส่วนหน้าหนังสือแสดง ISBN ปกแข็ง 9780691166278 ทั้งสองอ้างถึงฉบับปรับปรุงปี 2015 เหมือนกัน และปกในโฟลเดอร์เป็นฉบับปรับปรุง
สำนักพิมพ์มีลิงก์ไปเว็บไซต์ประกอบและหนังสือแบบฝึกหัด แต่บทความนี้ไม่ได้เปิดอ่าน
แหล่งอ้างอิง
Quantitative Risk Management — Revised Edition · Princeton University Press · ข้อมูลหนังสือ คำอธิบาย และสิ่งที่เพิ่มในฉบับปรับปรุง
Table of Contents (PDF) · Princeton University Press · สารบัญ
Preface (PDF) · Princeton University Press · คำนำ
Chapter 1: Risk in Perspective (PDF) · Princeton University Press · บทที่ 1
หนังสือที่กล่าวถึงในบทความนี้

Quantitative Risk Management
Alexander J. McNeil, Rüdiger Frey & Paul Embrechts
สารบัญสี่ภาค 17 บท ครอบคลุม extreme value theory, copulas, market risk, credit risk และ operational risk ตามที่สำนักพิมพ์เผยแพร่
บทความนี้อ่านจบได้ในตัวเอง หนังสือด้านบนคือจุดต่อยอดสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาลึกขึ้น
อ่านต่อ
25 ตุลาคม 2569
Statistical Arbitrage ของ Andrew Pole: ประวัติ ทฤษฎี และการถดถอยของ pairs tradingหนังสือของ Andrew Pole ว่าด้วย statistical arbitrage ตั้งแต่ pairs trading ยุค Morgan Stanley ทฤษฎี mean reversion จนถึงเหตุที่ผลตอบแทนหายไปหลังปี 2000 บทความนี้สรุปจากสารบัญและบทที่ 1 ที่ Wiley เผยแพร่ให้อ่านตัวอย่าง
25 ตุลาคม 2569
Paul Wilmott Introduces Quantitative Finance: จุดเริ่มต้นของ Quant แบบคลาสสิกตำราเบื้องต้นของ Paul Wilmott ฉบับที่ 2 ไล่จากตลาดและ no-arbitrage ไปถึง Black-Scholes, interest rate derivatives, ความเสี่ยง และวิธีเชิงตัวเลข บทความนี้สรุปจากสารบัญและบทที่ 1 ที่ Wiley เผยแพร่ให้อ่านตัวอย่าง
25 ตุลาคม 2569
Stochastic Calculus for Finance I: ปูพื้น risk-neutral pricing ด้วย binomial modelเล่มแรกของชุด Stochastic Calculus for Finance โดย Steven Shreve ใช้ binomial model สอน derivatives pricing แบบ no-arbitrage, martingale และ change of measure บทความนี้สรุปจากคำนำ สารบัญ และบทนำที่ Springer เปิดให้อ่านตัวอย่าง
