Libro

Monte Carlo Methods in Financial Engineering: simulation เพื่อ pricing และวัดความเสี่ยง

ตำราของ Paul Glasserman จาก Springer ปี 2003 ว่าด้วยการใช้ Monte Carlo ทำ derivatives pricing และวัดความเสี่ยง ตั้งแต่ random number generation ถึง variance reduction, Greeks และ American options บทความนี้สรุปจากคำนำและสารบัญที่ Springer เผยแพร่

ภาพประกอบบทความ: ปกหนังสือ Monte Carlo Methods in Financial Engineering โดย Paul Glasserman

ขอบเขตของบทความ: สรุปจากส่วนหน้าของหนังสือที่ Springer เปิดให้อ่านตัวอย่าง ได้แก่ หน้าลิขสิทธิ์ คำนำของผู้เขียน และสารบัญฉบับเต็ม รวมกับข้อมูลบนหน้า SpringerLink ยังไม่ได้อ่านเนื้อหาบทใด

คนที่ต้อง price derivatives ที่ไม่มี closed-form solution เช่น path-dependent option หรือ portfolio ที่มี risk factors หลายตัว มักลงเอยที่ Monte Carlo simulation ปัญหาคือ simulation แบบตรงไปตรงมามักช้าและผลแกว่ง การรู้ว่าจะลด variance อย่างไร หรือจะจัดการ discretization error อย่างไร จึงสำคัญพอ ๆ กับตัว model

บทความนี้ดูว่า Monte Carlo Methods in Financial Engineering ครอบคลุมอะไร ผู้เขียนคาดหวังพื้นฐานแบบไหน และเหมาะกับใคร

หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยอะไร

Monte Carlo Methods in Financial Engineering เขียนโดย Paul Glasserman อยู่ในชุด Applications of Mathematics / Stochastic Modelling and Applied Probability เล่มที่ 53 ของ Springer หน้าหนังสือบน SpringerLink ระบุ Edition number 1 ความยาว XIII + 596 หน้า ISBN ปกแข็ง 978-0-387-00451-8 ตีพิมพ์ 7 สิงหาคม 2003 ซึ่งตรงกับ ISBN ในโฟลเดอร์หนังสือ และระบุว่าผู้เขียนสังกัด Graduate School of Business, Columbia University ปกในโฟลเดอร์ตรงกับฉบับนี้

คำนำ อธิบายว่าหนังสือพัฒนามาจากเอกสารสอนที่ผู้เขียนใช้หลายปีที่ Columbia และมองหนังสือได้สองทาง คือเป็นหนังสือเรื่อง Monte Carlo จากมุม financial engineering และเป็นหนังสือ financial engineering จากมุมของ Monte Carlo ผู้เขียนให้เหตุผลว่าวิธีที่ดีวิธีหนึ่งในการเข้าใจ model เช่น term structure ของอัตราดอกเบี้ย คือการลงมือ simulate model นั้น

เนื้อหาครอบคลุมหัวข้ออะไร

คำนำแบ่งหนังสือเป็นสามส่วน และสารบัญแสดงรายละเอียดดังนี้

ส่วน

บท

หัวข้อตามสารบัญ

พื้นฐาน simulation

1–3

Foundations, Generating Random Numbers and Random Variables, Generating Sample Paths (Brownian motion, GBM, Gaussian short rate, square-root diffusion, jumps, HJM, LIBOR market model)

ทำให้ simulation ดีขึ้น

4–6

Variance Reduction Techniques, Quasi-Monte Carlo, Discretization Methods

หัวข้อเฉพาะด้านการเงิน

7–9

Estimating Sensitivities, Pricing American Options, Applications in Risk Management

ภาคผนวก

A–C

Convergence and Confidence Intervals, Results from Stochastic Calculus, The Term Structure of Interest Rates

ตัวอย่างหัวข้อย่อยที่น่าสนใจสำหรับคนทำงานจริง:

  • บทที่ 4 มี control variates, antithetic variates, stratified sampling, Latin hypercube sampling และ importance sampling

  • บทที่ 5 มี low-discrepancy sequences เช่น Halton, Faure และ Sobol' พร้อมหัวข้อ The Finance Setting

  • บทที่ 7 เปรียบวิธีหา Greeks สามแบบ คือ finite-difference, pathwise derivative และ likelihood ratio

  • บทที่ 8 มี random tree, stochastic mesh, regression-based methods และ duality สำหรับ American options

  • บทที่ 9 มีการคำนวณ VaR, delta-gamma approximation, heavy tails และ portfolio credit risk

พื้นฐานที่ควรมีก่อนอ่าน

คำนำระบุว่าพื้นฐานสำคัญที่สุดคือความคุ้นเคยกับเครื่องมือคณิตศาสตร์ที่ใช้กับ continuous-time model ในการเงิน ได้แก่ Itô calculus, stochastic differential equations และ martingales และแนวคิด change of measure ซึ่งผู้เขียนบอกว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้เขียนบอกว่าพื้นฐานที่พอสำหรับเข้าใจทฤษฎีบท Girsanov ก็เพียงพอ ส่วนความรู้เรื่อง option pricing มีประโยชน์แต่ไม่จำเป็นเท่า

ผู้เขียนยังบอกว่าใช้เครื่องมือคณิตศาสตร์แบบไม่เคร่งครัดในหลายจุด เพื่อเน้นประเด็นที่สำคัญต่อ simulation และมีภาคผนวกสรุปผลจาก stochastic calculus ที่ใช้บ่อย

เหมาะกับใคร และใครควรเริ่มจากเล่มอื่นก่อน

  • เหมาะ กับนักศึกษาบัณฑิตศึกษาสาย financial engineering นักวิจัยด้าน Monte Carlo และผู้ปฏิบัติงานที่ implement model ซึ่งเป็นกลุ่มที่คำนำระบุ

  • เหมาะ กับคนที่เขียน pricer หรือระบบวัดความเสี่ยงอยู่แล้ว และต้องการเทคนิคลดเวลาคำนวณหรือหา Greeks จาก simulation

  • ควรเริ่มจากเล่มอื่นก่อน ถ้ายังไม่คุ้นกับ stochastic calculus และ change of measure เพราะผู้เขียนบอกชัดว่าเป็นพื้นฐานหลัก

  • ส่วนที่อ่านไม่ได้บอกว่ามีโค้ดประกอบ ผู้ที่ต้องการตัวอย่างโค้ดพร้อมใช้อาจต้องหาแหล่งเสริม

ข้อจำกัดของข้อมูลที่ใช้ในบทความนี้

  • อ่านเฉพาะส่วนหน้าของหนังสือ (คำนำและสารบัญ) และหน้า SpringerLink ยังไม่ได้อ่านเนื้อหาบทใด

  • ข้อมูลแคตตาล็อกเดิมของโฟลเดอร์ระบุปี 2013 ซึ่งเป็นวันที่ของ eBook บน SpringerLink ส่วนฉบับปกแข็งออกปี 2003

  • รีวิวที่แสดงบนหน้า SpringerLink ไม่ได้นำมาใช้เป็นหลักฐาน

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้อ่านจบได้ในตัวเอง หนังสือด้านบนคือจุดต่อยอดสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาลึกขึ้น