Libro

Long-Term Secrets to Short-Term Trading ฉบับที่ 2: price structure แบบ Larry Williams

หนังสือเทรดระยะสั้นของ Larry Williams ฉบับที่ 2 ปี 2011 ว่าด้วย price structure swing, volatility breakout, price pattern และ money management บทความนี้สรุปจากสารบัญและบทที่ 1 ที่ Wiley เผยแพร่เป็นตัวอย่าง

ภาพประกอบบทความ: ปกหนังสือ Long-Term Secrets to Short-Term Trading โดย Larry Williams

ขอบเขตของบทความ: สรุปจากหน้าหนังสือของ Wiley สารบัญฉบับเต็ม และตัวอย่างบทที่ 1 หน้า 9–20 ที่สำนักพิมพ์เผยแพร่ให้อ่านตัวอย่าง ยังไม่ได้อ่านบทอื่น ข้อสังเกตเรื่องบทอื่นมาจากชื่อหัวข้อในสารบัญเท่านั้น

คนที่ day trade หรือ swing trade มักใช้ chart pattern ที่มีชื่อเรียกมากมาย แต่ไม่แน่ใจว่ารูปแบบเหล่านั้นมีเหตุผลรองรับแค่ไหน และควรนิยาม turning point อย่างไรให้เขียนเป็นกฎได้

Long-Term Secrets to Short-Term Trading ของ Larry Williams ตั้งคำถามนี้ไว้ตั้งแต่บทแรก บทความนี้ดูว่าเล่มนี้ครอบคลุมอะไร บทที่ 1 วางกรอบไว้อย่างไร และเหมาะกับใคร

หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยอะไร

Long-Term Secrets to Short-Term Trading ฉบับที่ 2 เขียนโดย Larry Williams อยู่ในชุด Wiley Trading ตีพิมพ์โดย Wiley เมื่อธันวาคม 2011 ความยาว 320 หน้า ISBN ฉบับปกแข็ง 978-0-470-91573-8 (หน้าหนังสือของ Wiley) ซึ่งตรงกับ ISBN ในโฟลเดอร์หนังสือ

หน้าสำนักพิมพ์อธิบายว่าฉบับนี้ปรับแนวทางเทรดระยะสั้นของผู้เขียนให้เข้ากับตลาดหลังวิกฤตการเงิน และระบุว่าผู้เขียนพัฒนา indicator Williams %R ในปี 1966 หน้าเดียวกันย้ำว่าการเทรดระยะสั้นมีทั้งโอกาสและความเสี่ยงสูง

เนื้อหาครอบคลุมหัวข้ออะไร

สารบัญ มีบทนำและ 16 บท จัดกลุ่มได้ดังนี้ (การจัดกลุ่มเป็นของบทความนี้):

กลุ่ม

บท

หัวข้อตามสารบัญ

โครงสร้างตลาดและเวลา

1–3, 5–6

Making Order Out of Short-Term Chaos, It's a Question of Price and Time, The Real Secret to Short-Term Trading, The Theory of Short-Term Trading, Getting Closer to the Truth (มีหัวข้อ TDOM ของทองคำและพันธบัตร)

รูปแบบและเครื่องมือเข้าเทรด

4, 7–9

Volatility Breakouts, Patterns to Profit (Smash Day, Specialists' Trap, Oops!), Separating the Buyers from the Sellers (Greatest Swing Value), Short-Term Trading from a Quote Screen (Willspread)

สถานการณ์เฉพาะและการออก

10–11

Special Short-Term Situations (การเทรดช่วงสิ้นเดือนในดัชนีหุ้นและพันธบัตร), When to Get Out of Your Trades

money management และความคิด

12–16

Thoughts on the Business of Speculation, Money Management (มีหัวข้อ The Kelly Ratio Mirage), From Kennedy to Obama, Just What Does Make the Stock Market Rally?, Hard Facts about a Very Hard Game to Win

บทที่ 13 มีหัวข้อ "Back to Ralph: 2011 Money Management Breakthrough" และบทที่ 4 มี "A Look at Volatility in the S&P 500" แสดงว่าตัวอย่างหลายส่วนอิงตลาด futures และดัชนีหุ้นสหรัฐ

แนวคิดที่น่าสนใจจากบทที่ 1

ตัวอย่างบทที่ 1 ชื่อ Making Order Out of Short-Term Chaos มีประเด็นหลักดังนี้

  • ราคาไม่ได้สุ่มทั้งหมด ผู้เขียนแสดงตาราง 1.1 ว่าในตลาด futures สิบตลาด ราคาปิดสูงกว่าราคาเปิดเฉลี่ย 53.2% ของวัน และตาราง 1.2 ว่าหลังวันที่ปิดลงหนึ่งวันหรือสองวันติด สัดส่วนวันปิดขึ้นถัดไปเฉลี่ยราว 55–56% ผู้เขียนบอกเองว่าจะไม่ใช้ตารางนี้ตัดสินใจเทรด แต่ใช้เพื่อชี้ว่าราคามีแบบแผน (หน้า 14–15)

  • ไม่เชื่อ chart pattern แบบดั้งเดิม ผู้เขียนแสดงกราฟผลโยนเหรียญสะสม และกราฟอุณหภูมิรายวัน ที่ดูคล้ายกราฟราคา commodities เพื่อเตือนว่าอย่าสับสนรูปทรงกราฟกับความรู้ (หน้า 12–13)

  • นิยาม swing ที่เขียนเป็นกฎได้ short-term low คือวันที่มี low ต่ำกว่าวันทั้งสองข้างที่ low สูงกว่า และ short-term high กลับกัน ให้ข้าม inside day ส่วน outside day ต้องดูลำดับราคา intraday จากนั้นซ้อนชั้นเป็น intermediate-term และ long-term ด้วยกฎเดียวกัน (หน้า 16–19)

  • ผลทดสอบที่ผู้เขียนรายงาน สำหรับดัชนี Dax ช่วง 1998 ถึงกลางปี 2011 ผู้เขียนรายงานว่าการซื้อหลังวันปิดลงทุกวันขาดทุน แต่เมื่อรอให้ปิดลงสามวันติดผลออกมาเป็นบวก ตัวเลขนี้เป็นผลที่ผู้เขียนรายงาน บทความนี้ไม่ได้ทดสอบซ้ำ และไม่ได้บอก trading costs ในหน้าที่อ่าน (หน้า 15)

ตัวอย่างประกอบ (ของบทความนี้ ไม่ได้มาจากหนังสือ): นิยาม short-term low ข้างต้นเขียนเป็นโค้ดได้ตรง ๆ เช่น ใน pandas คือ (low < low.shift(1)) & (low < low.shift(-1)) โดยต้องจำไว้ว่า shift(-1) ใช้ข้อมูลวันถัดไป จุดนี้จึงยืนยันได้หลังจบวันถัดไปเท่านั้น ถ้านำไป backtest โดยไม่ระวังจะเกิด look-ahead bias ส่วนการตัด inside day ออกตามที่หนังสืออธิบายต้องเพิ่มเงื่อนไขอีกชั้น

เหมาะกับใคร และใครควรเริ่มจากเล่มอื่นก่อน

  • เหมาะ กับคนที่เทรดระยะสั้นใน futures หรือดัชนีหุ้น และอยากได้นิยาม turning point กับ price pattern ที่เขียนเป็นกฎและนำไปทดสอบได้

  • เหมาะ กับคนเขียนระบบเทรดที่อยากได้ไอเดีย entry rule ไปทดสอบเอง เช่น volatility breakout และรูปแบบตามวันในเดือน

  • ควรระวัง ถ้าคาดหวังหลักฐานเชิงสถิติแบบงานวิจัย ส่วนที่อ่านรายงานผลเป็นตารางและตัวเลขสรุป ไม่ได้แสดง confidence interval หรือ out-of-sample test

  • คนที่ยังไม่คุ้นกับ bar chart แบบ open-high-low-close ควรเริ่มจากพื้นฐานกราฟก่อน แม้บทที่ 1 จะอธิบายสั้น ๆ ไว้

ข้อจำกัดของข้อมูลที่ใช้ในบทความนี้

  • อ่านเฉพาะบทที่ 1 หน้า 9–20 และสารบัญ บทที่ 2–16 สรุปจากชื่อหัวข้อเท่านั้น

  • ไม่ได้ทดสอบกฎหรือตัวเลขใดในหนังสือ

  • ภาพในโฟลเดอร์หนังสือเป็นปกหลังและสันปกสีดำ ไม่ใช่ปกหน้า แม้สันปกจะระบุ Second Edition ตรงกับฉบับนี้ จึงไม่ได้ใช้เป็นภาพปก

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้อ่านจบได้ในตัวเอง หนังสือด้านบนคือจุดต่อยอดสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาลึกขึ้น

  • 25 ตุลาคม 2569

    Rocket Science for Traders: ใช้ Digital Signal Processing กับกราฟราคา

    หนังสือของ John F. Ehlers นำเทคนิคประมวลผลสัญญาณดิจิทัลมาสร้าง indicator ที่ปรับตามรอบของตลาด บทความนี้สรุปจากบทที่ 1 ที่ Wiley เผยแพร่ให้อ่านตัวอย่างและรายชื่อบท เพื่อช่วยดูว่าเล่มนี้เหมาะกับคุณหรือไม่

  • 25 ตุลาคม 2569

    High-Frequency Trading ฉบับที่ 2: market structure กลยุทธ์ และระบบ HFT

    หนังสือของ Irene Aldridge ฉบับที่ 2 ว่าด้วยกลยุทธ์และระบบ high-frequency trading บทความนี้สรุปจากสารบัญและบทที่ 1 ที่ Wiley เผยแพร่ เพื่อช่วยตัดสินว่าเล่มนี้เหมาะกับคุณหรือไม่

  • 25 ตุลาคม 2569

    Stocks on the Move ของ Andreas Clenow: กลยุทธ์ momentum หุ้นแบบมีกฎชัดเจน

    หนังสือของ Andreas Clenow ว่าด้วยกลยุทธ์ momentum สำหรับหุ้นสหรัฐฯ ที่อธิบายกฎทั้งหมดให้ทำซ้ำได้ บทความนี้แนะนำขอบเขตจากคำอธิบายหนังสือ หน้าหนังสือของผู้เขียน และรายชื่อรูปประกอบรายบท