สรุปคลิป Mark Tilbury: หนังสือธุรกิจ 40 เล่ม จัดเป็นสี่ภาค ภาคละห้าขั้น
คลิปของ Mark Tilbury ที่สรุปหนังสือธุรกิจ 40 เล่มเป็นสี่ภาค ตั้งแต่เริ่มธุรกิจโดยไม่มีเงิน การขาย การตลาด ไปจนถึงการจัดการเงิน

ที่มาของบทความ: บทความนี้สรุปคลิป "Read These 40 Books to Get Rich, Live Rich, and Stay Rich" ของช่อง Mark Tilbury เผยแพร่เมื่อ 7 พฤษภาคม 2024 ความยาวราว 32 นาที เรียบเรียงจากคำบรรยายภาษาอังกฤษของคลิป คำบรรยายถอดด้วยเครื่อง ชื่อเฉพาะบางคำอาจคลาดเคลื่อน เนื้อหาต่อไปนี้เป็นมุมมองของผู้พูด ตัวเลขและเรื่องเล่าที่เขายกมา Libro ยังไม่ได้ตรวจกับต้นฉบับหนังสือ ช่วงโฆษณาผู้สนับสนุนในคลิปไม่ได้นำมาเรียบเรียง
ยอดขาย ลบค่าใช้จ่าย เท่ากับกำไร คือสูตรที่คุ้นกัน คลิปเล่าว่า Profit First ให้กลับด้านเป็น ยอดขาย ลบกำไร เท่ากับค่าใช้จ่าย คือกันกำไรออกก่อนแล้วบริหารธุรกิจด้วยเงินที่เหลือ ผู้พูดชี้ว่าการมีเงินใช้น้อยลงทำให้ค้นพบว่าทำงานได้ถูกกว่าที่คิด
สูตรนี้อยู่ในภาคสุดท้ายของคลิปที่ Mark Tilbury บอกว่าใช้เวลาสามเดือนอ่านหนังสือธุรกิจ 40 เล่ม เพราะแนวคิดดี ๆ มักจมอยู่ใต้เนื้อหาเติมหน้า
สิ่งที่ผู้พูดเล่า
ผู้พูดแบ่งคลิปเป็นสี่ภาค คือ เริ่มต้นโดยไม่มีเงิน ขายอะไรให้ใครก็ได้ ทำการตลาด และจัดการเงินแบบคน 1% แต่ละภาคมีห้าขั้น แต่ละขั้นมีเล่มหลักหนึ่งเล่ม และมีเล่มที่แนะนำเสริมสั้น ๆ
ภาค 1: เริ่มต้นโดยไม่มีเงิน
หาจุดแข็ง: ผู้พูดบอกว่าสังคมสอนให้แก้จุดอ่อน แต่การเดินตามสิ่งที่ถนัดอยู่แล้วให้ผลมากกว่า และยกสูตร พรสวรรค์ คูณ การฝึกฝน เท่ากับจุดแข็ง ส่วนจุดอ่อนให้หาคนอื่นมาเสริม
หาไอเดีย: ไอเดียระดับพันล้านมาจากการเดิมพันกับ contrarian truth คือความจริงเรื่องพฤติกรรมในอนาคตที่คนยังไม่รู้หรือไม่ยอมรับ เขายกตัวอย่าง iPhone ที่ไม่มีปุ่ม Uber และ Netflix
วางแผน: เขาไล่ nine building blocks ผ่านธุรกิจสมมุติชื่อ Timmy's Membership Builders ที่ทำระบบสมาชิกให้ YouTuber ตั้งแต่ value proposition ลูกค้า ช่องทาง ความสัมพันธ์ จนถึงรายได้ ถ้าเก็บส่วนแบ่ง 10% จากสมาชิก 10,000 คนที่จ่ายเดือนละ 5 ดอลลาร์ จะได้ 5,000 ดอลลาร์ต่อเดือน แล้วจึงดูทรัพยากรและต้นทุน
สร้าง MVP: แทนที่จะทำสินค้าให้สมบูรณ์ ให้ทำ minimum viable product ผู้พูดเล่าว่าผู้ก่อตั้ง Dropbox ทำวิดีโอสาธิตทั้งที่สินค้ายังไม่มี แล้วรายชื่อรอเพิ่มจาก 5,000 เป็น 75,000 คนในไม่กี่วัน ถ้าไม่มีเงินและต้องหาทุน ต้องมีหลักฐานว่ามีความต้องการจริง
ลงมือ: มองหนึ่งไตรมาสเป็นหนึ่งปี เพื่อเจอเส้นตายทุกสามเดือน และอ้าง Parkinson's Law ว่างานขยายเต็มเวลาที่ให้ไว้
ภาค 2: การขาย
ตั้งกรอบ: เรื่องที่ปรึกษาที่ถูกขอส่วนลดบ่อย จึงพูดติดตลกก่อนบอกราคาว่าคิดเป็นล้านไม่ได้หรอก หลังจากนั้นไม่มีใครขอลดอีก ผู้พูดเรียกสิ่งนี้ว่า price anchoring
สร้างความสัมพันธ์: The Art of the Deal เปิดด้วยสัปดาห์หนึ่งของ Trump ที่โทรวันละ 50–100 สาย ทำให้ปิดดีลได้ง่ายเพราะมีความสัมพันธ์ที่ดูแลไว้ ผู้พูดบอกว่าทุกวันนี้ทำได้ผ่านแบรนด์ส่วนตัวในโซเชียล
โน้มน้าว: การทดลองให้นักศึกษา 152 คนเจรจาขายปั๊มน้ำมัน กลุ่มผู้ซื้อที่โฟกัสความคิดของผู้ขายปิดดีลได้มากที่สุด
ร่วมมือ: calibrated question ขึ้นต้นด้วย what หรือ how คำถามหลักคือ "ฉันจะทำอย่างนั้นได้อย่างไร" ตัวอย่างคือเจ้าของบ้านจะขึ้นค่าเช่าเป็น 1,700 ดอลลาร์ ก็ถามอย่างจริงใจว่าจะจ่ายได้อย่างไรในเมื่อจ่ายไหวแค่ 1,500 ผู้พูดย้ำว่าไม่ใช่เวทมนตร์และไม่ได้ผลทุกครั้ง
ปิดการขาย: อย่าจบการคุยโดยไม่มีข้อตกลงที่ชัด ให้ผู้ซื้อตกลงทำสิ่งหนึ่งในวันที่แน่นอน เรียกว่า micro commitment
ภาค 3: การตลาด
หา USP: นอกจาก 5P แล้ว Purple Cow เพิ่ม P ตัวที่หก คือวัวสีม่วงที่เห็นแล้วต้องจอดรถลงไปดู ธุรกิจควรโดดเด่นจนคนพูดถึง
เก็บข้อมูลจริง: อย่าถามคนใกล้ตัวว่าชอบไอเดียไหม ให้ถามเรื่องชีวิตของเขาในบริบทของธุรกิจ เช่นถ้าจะทำคอร์สสอนเปียโน ก็ถามถึงปัญหาตอนเริ่มหัดและทางแก้ที่เคยลอง
ข้อความแบรนด์: ให้ลูกค้าเป็นตัวเอก มีสิ่งที่อยากได้ มีปัญหาทั้งภายนอกและภายใน แล้วให้ธุรกิจเป็นผู้นำทาง
upsell: value ladder แบบคลินิกทันตกรรม จากตรวจฟัน ขัดฟัน ฟอกสีฟัน ไปจนถึงศัลยกรรม
เพิ่มความต้องการ: จำกัดสินค้าแล้วขึ้นราคา ตัวอย่างคือรายชื่อรอของ Rolex
ภาค 4: จัดการเงิน
ติดตามการเงิน: ผู้พูดตั้งคำถามว่าถ้ารายได้หยุดพรุ่งนี้ ธุรกิจอยู่ได้ครบสามเดือนไหม
รักษากำไร: ผู้ประกอบการที่ทะเยอทะยานมักอัดรายได้กลับไปขยายกิจการจนค่าใช้จ่ายสูง พอยอดขายตกธุรกิจก็เลือดไหล จึงมาสู่สูตร Profit First
วางแผนภาษี: ผู้พูดสรุปว่าเล่มนี้มองว่าประมวลภาษีส่วนใหญ่เขียนไว้ช่วยให้ประหยัดภาษี จึงควรมีนักบัญชีที่ดี
เล่นเกมของตัวเอง: Mr. Market หุ้นส่วนที่มาเสนอราคาทุกวัน บางวันสมเหตุผล บางวันตามอารมณ์ ควรตัดสินมูลค่าเอง
ลดความเสี่ยง: ระบบคิดเร็วกับระบบคิดช้า ยกโจทย์ไม้ตีกับลูกบอลราคารวม 1.10 ดอลลาร์
หนังสือที่กล่าวถึงในคลิป
ภาค 1: เริ่มต้นโดยไม่มีเงิน
StrengthsFinder 2.0 — Tom Rath / Gallup
How to Win Friends and Influence People — Dale Carnegie เทคนิคสร้างเครือข่าย
Zero to One — Peter Thiel & Blake Masters
Start with Why — Simon Sinek ช่วยคิด contrarian truth
Business Model Generation — Alexander Osterwalder & Yves Pigneur
Give and Take — Adam Grant สำหรับการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า
The Lean Startup — Eric Ries
The ChatGPT Millionaire — Neil Dagger ไอเดียทำ MVP ด้วย AI
The 12 Week Year — Brian P. Moran & Michael Lennington
Extreme Ownership — Jocko Willink & Leif Babin สำหรับคนที่ผัดวันประกันพรุ่ง
ภาค 2: การขาย
Pre-Suasion — Robert Cialdini
Style and the Man — Alan Flusser เรื่องการแต่งกาย
The Art of the Deal — Donald J. Trump & Tony Schwartz
Crushing It! — Gary Vaynerchuk แบรนด์ส่วนตัว
To Sell Is Human — Daniel H. Pink
Pitch Anything — Oren Klaff
Never Split the Difference — Chris Voss & Tahl Raz
Better Small Talk — Patrick King
Objections — Jeb Blount
The Charisma Myth — Olivia Fox Cabane
ภาค 3: การตลาด
Purple Cow — Seth Godin
YouTube Secrets — Sean Cannell & Benji Travis
The Mom Test — Rob Fitzpatrick
Blue Ocean Strategy — W. Chan Kim & Renée Mauborgne (คลิปไม่ได้เอ่ยชื่อเล่มชัด ผู้พูดพูดถึงแนวคิด blue oceans)
Building a StoryBrand — Donald Miller
Copywriting Secrets — Jim Edwards
DotCom Secrets — Russell Brunson
Expert Secrets — Russell Brunson model webinar
Oversubscribed — Daniel Priestley
Don't Make Me Think — Steve Krug ผู้พูดเอ่ยถึงในฐานะหลักการ
ภาค 4: จัดการเงิน
The Total Money Makeover — Dave Ramsey
Profit First — Mike Michalowicz
Tax-Free Wealth — Tom Wheelwright
The Intelligent Investor — Benjamin Graham
Thinking, Fast and Slow — Daniel Kahneman
ห้าเล่มท้ายคลิป
ผู้พูดบอกว่าเป็นห้าเล่มที่ไม่เข้าหมวดใด ให้แคปหน้าจอไว้ และไม่ได้พูดถึงทีละเล่ม
The Signal and the Noise — Nate Silver (คลิปไม่ได้เอ่ยชื่อเล่มชัด)
Antifragile — Nassim Nicholas Taleb (คลิปไม่ได้เอ่ยชื่อเล่มชัด)
The Innovator's Dilemma — Clayton M. Christensen (คลิปไม่ได้เอ่ยชื่อเล่มชัด)
The Talent Code — Daniel Coyle (คลิปไม่ได้เอ่ยชื่อเล่มชัด)
The One Minute Manager — Kenneth Blanchard & Spencer Johnson (คลิปไม่ได้เอ่ยชื่อเล่มชัด)
Libro สังเกตว่า
คลิปนี้เป็นแผนที่ขั้นตอนทำธุรกิจ ไม่ใช่การจัดอันดับหนังสือ เล่มหลักแต่ละขั้นได้เวลาหนึ่งถึงสามนาที ส่วนเล่มเสริมถูกเอ่ยเพียงประโยคเดียว จึงควรอ่านลิสต์นี้เป็นจุดเริ่มต้นค้นหา ไม่ใช่บทสรุปของแต่ละเล่ม
ตัวเลขที่ผู้พูดยกมา เช่น สัดส่วนการสื่อสารแบบไม่ใช้คำพูด ภาษีตลอดชีวิตของคนอเมริกัน และจำนวนหน้าของประมวลภาษี Libro ไม่ได้นำมาเรียบเรียงเพราะยังตรวจสอบไม่ได้ ตัวเลขของธุรกิจ Timmy เป็นตัวอย่างสมมุติของผู้พูด
สำหรับผู้อ่านสายลงทุน ภาค 4 ของคลิปตรงกับหัวข้อของ Libro มากที่สุด Libro มีบทความแนะนำ Profit First บทความแนะนำ The Intelligent Investor และบทความแนะนำ Thinking, Fast and Slow
ถ้าสนใจภาคธุรกิจ ลองเริ่มจากบทความแนะนำ Business Model Generation และบทความแนะนำ Never Split the Difference ซึ่งเป็นสองเล่มที่ผู้พูดอธิบายยาวที่สุด
ดูคลิปต้นทาง
Read These 40 Books to Get Rich, Live Rich, and Stay Rich — ช่อง Mark Tilbury ภาพหัวบทความเป็นเฟรมจากคลิปนี้ ตัดจากภาพหน้าจอ YouTube
หนังสือที่กล่าวถึงในบทความนี้

StrengthsFinder 2.0
Tom Rath
เล่มหลักของขั้นหาจุดแข็ง ผู้พูดยกสูตร พรสวรรค์ คูณ การฝึกฝน เท่ากับจุดแข็ง

How to Win Friends and Influence People
Dale Carnegie
ผู้พูดแนะนำสั้น ๆ ว่ามีเทคนิคสร้างเครือข่ายเพื่อหาคนมาเสริมจุดอ่อน

Zero to One
Peter Thiel & Blake Masters
เล่มหลักของขั้นหาไอเดีย ผู้พูดสรุปเรื่องการเดิมพันกับ contrarian truth


Business Model Generation
Alexander Osterwalder & Yves Pigneur
เล่มหลักของขั้นวางแผน ผู้พูดไล่ nine building blocks ผ่านธุรกิจสมมุติ Timmy's Membership Builders



The 12 Week Year
Brian P. Moran & Michael Lennington
เล่มหลักของขั้นลงมือ ผู้พูดสรุปการมองหนึ่งไตรมาสเป็นหนึ่งปี



The Art of the Deal
Donald J. Trump & Tony Schwartz
เล่มหลักของขั้นสร้างความสัมพันธ์ ผู้พูดยกเรื่องการโทรวันละ 50–100 สาย


Pitch Anything
Oren Klaff
ผู้พูดหยิบประเด็นว่าคนส่วนใหญ่คิดถึงสิ่งที่ตัวเองอยากได้มากกว่าสิ่งที่ผู้ฟังคิด

Never Split the Difference
Chris Voss & Tahl Raz
เล่มหลักของขั้นร่วมมือ ผู้พูดอธิบาย calibrated question พร้อมตัวอย่างค่าเช่าบ้าน






Building a StoryBrand
Donald Miller
เล่มหลักของขั้นสร้างข้อความแบรนด์ ผู้พูดสรุปโครงเรื่องที่ให้ลูกค้าเป็นตัวเอก

DotCom Secrets
Russell Brunson
เล่มหลักของขั้นทำ upsell ผู้พูดอธิบาย value ladder ผ่านตัวอย่างคลินิกทันตกรรม


The Total Money Makeover
Dave Ramsey
เล่มหลักของขั้นติดตามการเงิน ผู้พูดหยิบเรื่องการจับตาตัวเลขของตัวเอง

Profit First
Mike Michalowicz
เล่มหลักของขั้นรักษากำไร ผู้พูดสรุปการกลับสูตรเป็น ยอดขาย ลบกำไร เท่ากับค่าใช้จ่าย

Tax-Free Wealth
Tom Wheelwright
เล่มหลักของขั้นวางแผนภาษี ผู้พูดสรุปมุมมองว่าประมวลภาษีเขียนมาให้ประหยัดภาษีได้

The Intelligent Investor
Benjamin Graham
ผู้พูดเรียกว่าหนังสือลงทุนเล่มโปรด และหยิบเรื่อง Mr. Market มาใช้กับธุรกิจ

บทความนี้อ่านจบได้ในตัวเอง หนังสือด้านบนคือจุดต่อยอดสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาลึกขึ้น
อ่านต่อ
25 ตุลาคม 2569
Business Model Generation: คู่มือ Business Model Canvas และการออกแบบ business modelหนังสือของ Alexander Osterwalder และ Yves Pigneur ที่แนะนำ Business Model Canvas รูปแบบ business model และกระบวนการออกแบบ บทความนี้แนะนำขอบเขตจากสารบัญและหน้าหนังสือของ Wiley
25 ตุลาคม 2569
Never Split the Difference: เทคนิคเจรจาจากอดีตผู้เจรจาตัวประกันของ FBIหนังสือของ Chris Voss อดีตผู้เจรจาตัวประกันของ FBI ที่นำวิธีเจรจามาใช้กับงานธุรกิจและชีวิตประจำวัน บทความนี้แนะนำขอบเขตเนื้อหาจากสารบัญและรีวิวของ Publishers Weekly เพื่อช่วยดูว่าเล่มนี้เหมาะกับใคร
25 ตุลาคม 2569
Profit First: ระบบจัดการเงินสดที่กันกำไรไว้ก่อนสำหรับธุรกิจขนาดเล็กหนังสือของ Mike Michalowicz ที่เสนอให้เจ้าของธุรกิจกันกำไรไว้ก่อนแล้วใช้ส่วนที่เหลือเป็นค่าใช้จ่าย บทความนี้สรุปจากสารบัญ คำอธิบายของสำนักพิมพ์ และเว็บไซต์ผู้เขียน เพื่อช่วยดูว่าเล่มนี้ตรงกับธุรกิจของคุณหรือไม่
