Libro

Trade Like a Hedge Fund: 20 เทคนิคเทรดเชิงสถิติของ James Altucher

หนังสือปี 2004 ของ James Altucher รวม 20 เทคนิคเทรดที่ผ่านการ backtest ตั้งแต่การเทรด gap, pairs trading ไปจนถึงผลของ options expiration บทความนี้สรุปจากหัวข้อในสารบัญและ Technique 1 ที่ Wiley เผยแพร่ให้อ่านตัวอย่าง

ภาพประกอบบทความ: ปกหนังสือ Trade Like a Hedge Fund โดย James Altucher

ขอบเขตของบทความ: สรุปจาก Technique 1 ที่สำนักพิมพ์ Wiley เผยแพร่ให้อ่านตัวอย่าง รวมกับข้อมูลหนังสือจากหน้าสำนักพิมพ์และหัวข้อในสารบัญจากหน้า Wiley-VCH ยังไม่ได้อ่านเทคนิคอื่นอีก 19 เทคนิค ข้อสังเกตเรื่องเทคนิคเหล่านั้นมาจากหัวข้อที่หน้าสำนักพิมพ์สรุปไว้เท่านั้น

คนที่เริ่มเขียนระบบเทรดมักอยากเห็นตัวอย่างกฎที่เขียนชัด ทดสอบได้ และมีผลทดสอบประกอบ Trade Like a Hedge Fund เป็นหนังสือที่รวมกฎลักษณะนี้ไว้ 20 แบบ บทความนี้ช่วยดูว่าหนังสือเขียนแบบไหน บทตัวอย่างแสดงอะไร และควรอ่านอย่างระวังตรงไหน

หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยอะไร

Trade Like a Hedge Fund: 20 Successful Uncorrelated Strategies and Techniques to Winning Profits เขียนโดย James Altucher ตีพิมพ์โดย Wiley ในชุด Wiley Trading ฉบับปกแข็งเดือนมีนาคม 2004 ISBN 978-0-471-48485-1 ความยาว 240 หน้า ฉบับ e-book ออกในเดือนมกราคม 2011 (หน้าหนังสือของ Wiley)

คำอธิบายของสำนักพิมพ์ระบุว่าหนังสือนำเสนอ 20 กลยุทธ์และเทคนิคที่ไม่สัมพันธ์กัน (uncorrelated) พร้อมตัวอย่างละเอียดและคำแนะนำการเทรด

หน้าสำนักพิมพ์แนะนำผู้เขียนว่าเป็นหุ้นส่วนของ Subway Capital กองทุนที่เน้น arbitrage เฉพาะสถานการณ์และกลยุทธ์ระยะสั้นเชิงสถิติ เขียนบทความให้ TheStreet.com และจบปริญญาตรีวิทยาการคอมพิวเตอร์จาก Cornell

เนื้อหาครอบคลุมหัวข้ออะไร

หน้าหนังสือบน Wiley-VCH สรุปสารบัญว่ามีบทนำ 20 เทคนิค รายการหนังสือแนะนำ และดัชนี หัวข้อของเทคนิคครอบคลุม (หน้าหนังสือบน Wiley-VCH):

  • การเทรด gap และ pairs trading รวมถึงคู่ QQQ กับ SPY

  • หุ้นของบริษัทที่ล้มละลาย และหุ้นราคาต่ำกว่า $5

  • market indicator เช่น TICK, Bollinger Bands, moving average 200 วัน และ Fed model

  • ผลของการถูกถอดออกจากดัชนี ช่วงสิ้นไตรมาสและสิ้นเดือน และ options expiration

  • convertible arbitrage

  • ช่วงตลาดตื่นตระหนก และรูปแบบตามปฏิทิน เช่น Wednesday reversal

  • ส่วนที่ว่าด้วยกลยุทธ์ที่ไม่ได้ผล

แนวคิดที่น่าสนใจจาก Technique 1

Technique 1 The Bread and Butter Trade: Playing Gaps เปิดให้อ่าน (Technique 1, หน้า 1–22) และแสดงรูปแบบการเขียนของทั้งเล่มได้ชัด คือกฎเข้าออก ชุดข้อมูลทดสอบ ตารางผล และกราฟ equity curve

  • ปัญหาของการ fade gap ผู้เขียนบอกว่าเดย์เทรดเดอร์จำนวนมากเทรดสวน gap แล้วได้กำไรสี่ในห้าครั้ง แต่ครั้งที่ห้ามักกินกำไรทั้งหมดเมื่อ gap วิ่งต่อ เป้าหมายของเทคนิคนี้จึงเป็นการหาสถานการณ์ที่ gap มีโอกาสถูกเติมมากกว่าปกติ ด้วยการทดสอบ

  • ปรับกฎทีละขั้น System #1 ซื้อเมื่อเปิดต่ำกว่าราคาปิดวันก่อนเกิน 2% แล้วขายที่ราคาปิดวันก่อน ทดสอบกับหุ้น Nasdaq 100 รวมหุ้นที่ถูกถอดออก ตั้งแต่มกราคม 1999 ถึงมิถุนายน 2003 ได้ผลเฉลี่ย 0.58% ต่อเทรดจาก 9,821 เทรด ผู้เขียนมองว่ายังน้อยเกินไปเมื่อคิดค่าคอมมิชชันและ slippage ที่อาจถึง 0.40% ต่อเทรด จากนั้นเพิ่มเงื่อนไขวันก่อนหน้าเป็นวันลง (0.75%) ขยับเป็น gap 5% (1.97% จาก 993 เทรด) และเพิ่มตัวกรองจาก gap ของ QQQ

  • ฝั่งชอร์ตไม่ได้ผลเท่า System #5 ชอร์ตหุ้นที่ gap ขึ้นเกิน 5% ได้ผลเฉลี่ยเพียง 0.56% ต่อเทรด ผู้เขียนสรุปว่าการชอร์ตความคึกคักเกินเหตุไม่ได้ผลแม้ใน bear market

  • ถือข้ามคืน System #6 ถือ position ต่อจนราคาหลุดราคาปิดวันก่อน แทนการปิดทันทีที่ gap ถูกเติม ผู้เขียนแสดงผล simulation ด้วยทุน $1,000,000 ใช้ 10% ของทุนต่อเทรด ตั้งแต่ปี 1999 ถึงต้นปี 2003 พร้อมการวิเคราะห์ drawdown

  • long ได้แม้ bear market ผู้เขียนชี้ว่ากลยุทธ์ซื้ออย่างเดียวนี้ทำผลได้ดีในช่วงที่ตลาดลงหนัก และใช้เป็นข้อโต้แย้งว่าการกระจายวิธีซื้อเป็นทางเลือกหนึ่งนอกเหนือจาก long/short

ควรอ่านอย่างระวังตรงไหน

ผลทดสอบใน Technique 1 ทั้งหมดมาจากช่วงปี 1999–2003 ซึ่งเป็นช่วงฟองสบู่ดอทคอมแตกและตลาดหุ้นเทคโนโลยีลงแรง ผู้เขียนเองระบุว่า equity curve ของระบบขึ้นแรงในช่วงที่ตลาดลงหนัก ผลจึงอาจไม่เหมือนเดิมในสภาพตลาดอื่นหรือในปัจจุบันที่โครงสร้างตลาดและต้นทุนการเทรดเปลี่ยนไป นอกจากนี้ระบบถูกปรับเงื่อนไขทีละขั้นบนชุดข้อมูลเดียวกัน ผู้อ่านที่จะนำไปใช้ควรทดสอบซ้ำกับข้อมูลช่วงอื่นก่อน ข้อสังเกตนี้เป็นความเห็นของบทความ ไม่ใช่ข้อความในหนังสือ

พื้นฐานที่ควรมีก่อนอ่าน

Technique 1 ใช้ศัพท์อย่าง gap, slippage, equity curve, drawdown และ Sharpe ratio โดยไม่อธิบายมาก ผู้อ่านควรเคยทดสอบระบบเทรดหรืออย่างน้อยอ่านผล backtest เป็น ตัวอย่างเป็นหุ้นและ ETF ในตลาดสหรัฐฯ

เหมาะกับใคร และใครควรเริ่มจากเล่มอื่นก่อน

  • เหมาะ กับผู้ที่เขียนหรือทดสอบระบบเทรดอยู่แล้ว และอยากได้ไอเดียกฎที่เขียนชัดไปทดสอบต่อกับข้อมูลของตัวเอง

  • เหมาะ กับผู้ที่สนใจผลตามปฏิทินและเหตุการณ์ เช่น การถอดออกจากดัชนีและ options expiration ตามหัวข้อในสารบัญ

  • ควรเริ่มจากเล่มอื่นก่อน ถ้ายังไม่เคยทำ backtest เพราะการตัดสินว่าผลทดสอบในเล่มยังใช้ได้หรือไม่ต้องอาศัยความเข้าใจเรื่อง overfitting และต้นทุนการเทรด

ข้อจำกัดของข้อมูลที่ใช้ในบทความนี้

  • อ่านเฉพาะ Technique 1 ที่ Wiley เผยแพร่ หน้า Wiley ไม่มีไฟล์สารบัญ หัวข้อของเทคนิคอื่นมาจากสรุปสารบัญบนหน้า Wiley-VCH ซึ่งไม่ได้แสดงชื่อเทคนิคครบทุกข้อ

  • ข้อมูลในแคตตาล็อกของ Libro ระบุปี 2011 ซึ่งตรงกับปีของฉบับ e-book ส่วนฉบับพิมพ์ ISBN นี้ออกปี 2004 ตามหน้าสำนักพิมพ์และ Open Library (Open Library)

  • บทความนี้ไม่ได้ทดสอบกฎในเล่มซ้ำ

แหล่งอ้างอิง

  • ปกหนังสือ Trade Like a Hedge Fund

    Trade Like a Hedge Fund

    James Altucher

    หนังสือรวม 20 เทคนิคที่ผู้เขียน backtest ไว้ บทตัวอย่างแสดงกฎ gap fill หกแบบพร้อมผล backtest บนหุ้น Nasdaq 100 ปี 1999–2003

    ดูรายละเอียด

บทความนี้อ่านจบได้ในตัวเอง หนังสือด้านบนคือจุดต่อยอดสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาลึกขึ้น