The Little Book of Common Sense Investing: เหตุผลเรื่องต้นทุนของ index fund ตาม John Bogle
John C. Bogle ผู้ก่อตั้ง Vanguard อธิบายว่าทำไมต้นทุนจึงกัดกินผลตอบแทนของนักลงทุน และเสนอ index fund ต้นทุนต่ำ บทความนี้สรุปจากสารบัญและบทที่ 1 ของฉบับครบรอบ 10 ปีที่ Wiley เปิดให้อ่านตัวอย่าง

ขอบเขตของบทความ: สรุปจากสารบัญและการอ่านตัวอย่างบทที่ 1 A Parable ที่ Wiley เผยแพร่ รวมกับข้อมูลหนังสือจากหน้าสำนักพิมพ์และ Open Library ยังไม่ได้อ่านบทอื่น ข้อสังเกตเรื่องบทที่ 2–20 มาจากชื่อบทในสารบัญเท่านั้น บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
คนที่เริ่มลงทุนผ่านกองทุนรวมมักดูผลตอบแทนย้อนหลังก่อนสิ่งอื่น แต่ไม่ค่อยคำนวณว่าค่าธรรมเนียม การซื้อขายบ่อย และภาษีหักออกไปเท่าไรในระยะยาว The Little Book of Common Sense Investing ตั้งคำถามนี้เป็นแกนของทั้งเล่ม
หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยอะไร
The Little Book of Common Sense Investing: The Only Way to Guarantee Your Fair Share of Stock Market Returns เขียนโดย John C. Bogle ฉบับในรายการนี้คือ 10th Anniversary Edition ฉบับปรับปรุง ของ Wiley ปกแข็งออกเดือนตุลาคม 2017 ISBN 978-1-119-40450-7 ความยาว 304 หน้า ฉบับแรกออกเมื่อเมษายน 2007 (หน้าหนังสือของ Wiley) หน้าสำนักพิมพ์ระบุว่าฉบับนี้ปรับข้อมูลใหม่และเพิ่มสองบท คือเรื่อง asset allocation และการลงทุนเพื่อเกษียณ
Bogle ก่อตั้ง Vanguard ในปี 1974 เป็นประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารจนถึงปี 1996 และเป็น senior chairman จนถึงปี 2000 ตามข้อมูลผู้เขียนบนหน้าเดียวกัน
ชื่อรองของหนังสือใช้คำว่า "Guarantee" แต่หมายถึงการได้ผลตอบแทนใกล้เคียงตลาดโดยรวมหลังหักต้นทุน ไม่ใช่การรับประกันว่าจะได้กำไร ข้อนี้เป็นข้อสังเกตของบทความ
เนื้อหาครอบคลุมหัวข้ออะไร
สารบัญมีบทนำของฉบับครบรอบ 10 ปี และ 20 บท (สารบัญ) จัดกลุ่มโดยบทความนี้:
กลุ่มหัวข้อ | บท |
|---|---|
ภาพใหญ่และเหตุผล | 1 A Parable; 2 Rational Exuberance; 3 Cast Your Lot with Business; 4 How Most Investors Turn a Winner's Game into a Loser's Game |
ต้นทุนและภาษี | 5 Focus on the Lowest-Cost Funds; 6 Dividends Are the Investor's (Best?) Friend; 7 The Grand Illusion; 8 Taxes Are Costs, Too |
การเลือกกองทุนและผลงานในอดีต | 9 When the Good Times No Longer Roll; 10 Selecting Long-Term Winners; 11 "Reversion to the Mean"; 12 Seeking Advice to Select Funds?; 13 Profit from the Majesty of Simplicity and Parsimony |
ผลิตภัณฑ์อื่น | 14 Bond Funds; 15 The Exchange-Traded Fund (ETF); 16 Index Funds That Promise to Beat the Market; 17 What Would Benjamin Graham Have Thought about Indexing? |
จัด portfolio และสรุป | 18 Asset Allocation I: Stocks and Bonds; 19 Asset Allocation II; 20 Investment Advice That Meets the Test of Time |
บทที่ 18–19 น่าจะเป็นบทใหม่เรื่อง asset allocation ที่สำนักพิมพ์กล่าวถึง ข้อนี้เป็นการอนุมานจากชื่อบท
แนวคิดจากบทที่ 1
บทที่ 1 ยาวแปดหน้า (บทที่ 1):
นิทานตระกูล Gotrocks Bogle เล่าเรื่องที่ปรับจากรายงานประจำปี 2005 ของ Berkshire Hathaway ที่ Warren Buffett เขียน ตระกูลหนึ่งถือหุ้นทุกบริษัทในสหรัฐฯ และได้รับกำไรกับเงินปันผลทั้งหมด จนญาติบางคนเริ่มจ้าง "Helpers" ทั้งนายหน้า ผู้จัดการกองทุน และที่ปรึกษา เพื่อหวังได้มากกว่าญาติคนอื่น ผลคือส่วนแบ่งของทั้งตระกูลลดลงเพราะค่าธรรมเนียมและภาษีจากการซื้อขาย (หน้า 1–5)
ข้อสรุปของผู้เขียน ผู้ถือหุ้นโดยรวมได้ผลตอบแทนเท่ากับกำไรและเงินปันผลของธุรกิจหักด้วยต้นทุนของตัวกลางและภาษี ยิ่งซื้อขายมาก ต้นทุนยิ่งสูง ผลตอบแทนสุทธิยิ่งต่ำ Bogle บอกว่านี่คือสาระหลักของทั้งเล่ม (หน้า 6)
ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ผู้เขียนชี้ว่าคนในธุรกิจการลงทุนได้ประโยชน์เมื่อลูกค้าซื้อขาย ส่วนลูกค้าโดยรวมได้ประโยชน์เมื่อซื้อขายน้อย (หน้า 5–6)
เสียงสนับสนุน บทนี้อ้างความเห็นของ Jack Meyer อดีตประธาน Harvard Management Company จากบทสัมภาษณ์ปี 2004 และ Burton Malkiel ผู้เขียน A Random Walk Down Wall Street ที่สนับสนุน index fund ต้นทุนต่ำ (หน้า 6–8)
พื้นฐานที่ควรมีก่อนอ่าน
บทที่ 1 เขียนด้วยภาษาเล่าเรื่อง ไม่ใช้สูตรหรือศัพท์เทคนิคมาก ผู้อ่านที่รู้ว่ากองทุนรวม ค่าธรรมเนียม และดัชนี S&P 500 คืออะไรก็ตามได้ ข้อนี้เป็นข้อสังเกตของบทความ
เหมาะกับใคร และใครควรเริ่มจากเล่มอื่นก่อน
เหมาะ กับผู้เริ่มลงทุนที่กำลังเลือกระหว่าง active fund กับ index fund และคนที่อยากเข้าใจผลของค่าธรรมเนียมในระยะยาว
อาจไม่ตรงความต้องการ ถ้าต้องการวิธีเลือกหุ้นรายตัวหรือเทคนิคการเทรด เพราะสาระหลักที่ผู้เขียนประกาศในบทที่ 1 คือการลดต้นทุนและถือตลาดทั้งตลาด
ตัวอย่างกองทุน ภาษี และข้อมูลในเล่มเป็นของสหรัฐฯ ผู้อ่านในไทยต้องเทียบกับค่าธรรมเนียมและภาษีของกองทุนที่ลงทุนได้จริง
ข้อจำกัดของข้อมูลที่ใช้ในบทความนี้
อ่านเฉพาะบทที่ 1 (หน้า 1–8) และสารบัญที่ Wiley เผยแพร่ บทอื่นสรุปจากชื่อบทเท่านั้น
จำนวนหน้าต่างกันตามแหล่ง Wiley ระบุ 304 หน้า Open Library ระบุ 270 หน้า สำหรับฉบับครบรอบ 10 ปีเดียวกัน (Open Library)
บทความนี้ไม่ได้ตรวจตัวเลขผลตอบแทนหรือค่าธรรมเนียมในเล่ม
แหล่งอ้างอิง
The Little Book of Common Sense Investing, 10th Anniversary Edition · Wiley · ข้อมูลฉบับ สิ่งที่เพิ่มในฉบับนี้ และประวัติผู้เขียน
Contents (PDF) · Wiley · สารบัญ
Chapter One: A Parable (PDF) · Wiley · บทที่ 1 หน้า 1–8
Open Library: 9781119404507 · Internet Archive · ข้อมูลฉบับและจำนวนหน้า
หนังสือที่กล่าวถึงในบทความนี้

The Little Book of Common Sense Investing
John C. Bogle
ฉบับครบรอบ 10 ปีมี 20 บท ว่าด้วยต้นทุน ภาษี index fund ETF และเพิ่มบทใหม่เรื่อง asset allocation กับการลงทุนเพื่อเกษียณ
บทความนี้อ่านจบได้ในตัวเอง หนังสือด้านบนคือจุดต่อยอดสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาลึกขึ้น
อ่านต่อ
25 ตุลาคม 2569
The Little Book That Still Beats the Market: หลักซื้อธุรกิจดีในราคาต่ำJoel Greenblatt อธิบายหลัก value investing ด้วยภาษาง่ายและสูตรคัดหุ้นที่เป็นระบบ บทความนี้สรุปจากสารบัญและบทที่ 1 ที่ Wiley เผยแพร่ให้อ่านตัวอย่าง
25 ตุลาคม 2569
The Four Pillars of Investing: สี่เรื่องที่ William Bernstein ใช้วาง portfolio ระยะยาวหนังสือฉบับแรกปี 2002 ของ William J. Bernstein แบ่งเรื่องการลงทุนเป็นทฤษฎี ประวัติศาสตร์ จิตวิทยา และธุรกิจการลงทุน บทความนี้สรุปจากสารบัญและคำอธิบายของสำนักพิมพ์ เพื่อช่วยดูว่าเล่มนี้เหมาะกับจุดเริ่มต้นของคุณหรือไม่
25 ตุลาคม 2569
Winning the Loser's Game ฉบับที่ 8: ลงทุนระยะยาวด้วยต้นทุนต่ำและ index fundCharles D. Ellis อธิบายว่าทำไมการพยายามชนะตลาดกลายเป็นเกมของผู้แพ้ และเสนอการลงทุนระยะยาวที่คุมต้นทุนผ่าน index fund บทความนี้แนะนำขอบเขตของฉบับที่ 8 ปี 2021 จากคำอธิบายของสำนักพิมพ์และสารบัญ
