Strategic Risk Management: ออกแบบ portfolio ให้รับวิกฤตได้ ใครควรอ่าน
หนังสือของ Campbell R. Harvey, Sandy Rattray และ Otto Van Hemert จาก Wiley ปี 2021 ว่าด้วย crisis alpha, volatility targeting, strategic rebalancing และ drawdown control บทความนี้สรุปจากสารบัญและบทที่ 1 ที่ Wiley เผยแพร่ให้อ่านตัวอย่าง

ขอบเขตของบทความ: สรุปจากสารบัญฉบับเต็มและบทที่ 1 ที่สำนักพิมพ์ Wiley เผยแพร่ให้อ่านตัวอย่าง รวมกับข้อมูลจากหน้าสำนักพิมพ์ ยังไม่ได้อ่านบทอื่นนอกจากบทที่ 1 ข้อสังเกตเรื่องบทอื่นมาจากชื่อหัวข้อในสารบัญเท่านั้น
หลาย portfolio มอง risk management เป็นงานที่ทำทีหลัง เมื่อออกแบบ portfolio เสร็จแล้วจึงส่งให้ทีมความเสี่ยงดูแล ปัญหาคือเครื่องมือป้องกันอย่างการซื้อ put option มีต้นทุนสูง ส่วนเครื่องมือที่ถูกกว่าก็อาจไม่ทำงานตอนที่ต้องการที่สุด หนังสือเล่มนี้ตั้งคำถามว่าจะออกแบบ portfolio ให้รับมือวิกฤตได้ตั้งแต่ต้นอย่างไร และแต่ละวิธีคุ้มต้นทุนแค่ไหน
หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยอะไร
Strategic Risk Management: Designing Portfolios and Managing Risk เขียนโดย Campbell R. Harvey, Sandy Rattray และ Otto Van Hemert อยู่ในชุด Wiley Finance ตีพิมพ์เดือนพฤษภาคม 2021 ความยาว 256 หน้า (หน้าหนังสือของ Wiley)
หน้าสำนักพิมพ์ระบุว่า Harvey เป็นศาสตราจารย์การเงินที่ Duke University และเป็นที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์การลงทุนให้ Man Group มา 14 ปี Rattray เป็น Chief Investment Officer ของ Man Group และ Van Hemert เป็น Director of Core Strategies ที่ Man AHL คำอธิบายของ Wiley บอกว่าแนวทางในเล่มมาจากวิธีที่ใช้ใน Man Group และเสนอให้รวม risk management เข้าไปในการออกแบบ portfolio ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่แยกให้อีกทีมทำทีหลัง
สารบัญระบุว่าเล่มนี้มีคำนิยมโดย Martin Leibowitz และคำนำโดย Sandy Rattray และแจ้งว่ารายได้จากหนังสือจะบริจาคให้ The Access Project ซึ่งช่วยนักเรียนจากครอบครัวที่ด้อยโอกาสเข้ามหาวิทยาลัย
เนื้อหาครอบคลุมหัวข้ออะไร
สารบัญมี 7 บท (สารบัญ):
บท | หัวข้อตามสารบัญ | ตัวอย่างหัวข้อย่อย |
|---|---|---|
1 | Seeking Crisis Alpha | skewness, crisis alpha ของ trend following |
2 | Can Portfolios Be Crisis Proofed? | ผลงานของการลงทุนแบบ passive ช่วงวิกฤต, time-series momentum, quality stocks, long puts, ทองคำ |
3 | Risk Management via Volatility Targeting | หุ้นสหรัฐฯ, พันธบัตรและหุ้นกู้, futures และ forwards, volatility scaling กับ Sharpe ratio |
4 | Strategic Rebalancing | เทียบ portfolio rebalance กับ buy-and-hold, การเพิ่มกลยุทธ์ trend |
5 | Drawdown Control | drawdown Greeks, กฎเปลี่ยนผู้จัดการกองทุน, กฎลดความเสี่ยงตาม drawdown |
6 | Man versus Machine | เทียบกองทุน hedge fund แบบ discretionary กับ systematic ทั้งสาย macro และหุ้น |
7 | Out-of-Sample Evidence from the COVID-19 Equity Selloff | กลยุทธ์ที่ทำงานได้ดีช่วงหุ้นร่วงจาก COVID-19 |
บทที่ 7 ทำหน้าที่ตรวจซ้ำนอกช่วงข้อมูลเดิม คือดูว่าวิธีจากบทก่อนหน้า เช่น volatility targeting และ strategic rebalancing ทำงานอย่างไรในช่วงตลาดร่วงปี 2020
แนวคิดที่น่าสนใจจากบทที่ 1
บทที่ 1 เปิดให้อ่านเป็นตัวอย่าง (บทที่ 1) และตั้งกรอบของทั้งเล่มไว้ชัด
ต้นทุนของการป้องกันต้องคุ้มกับประโยชน์ ผู้เขียนยกตัวอย่างว่า portfolio ที่ใช้ long put ตัด downside riskทั้งหมด ไม่ควรได้ผลตอบแทนเกินอัตราไร้ความเสี่ยง แนวคิด crisis alpha จึงหมายถึงวิธีแบบ dynamic ที่ลดความเสี่ยงโดยยังเก็บ excess return ไว้ได้
trend following คล้าย long straddle ในทางทฤษฎีกลยุทธ์ trend following จะขายตอนตลาดลงและซื้อตอนตลาดขึ้น คล้ายการจำลอง long straddle แบบ dynamic โดยมีต้นทุนต่ำกว่าการซื้อ options จริง แต่เชื่อถือได้น้อยกว่าประกันด้วย options
ทดสอบย้อนไปถึงปี 1960 บทนี้ศึกษา time-series momentum ในพันธบัตร สินค้าโภคภัณฑ์ ค่าเงิน และดัชนีหุ้น ช่วง 1960–2015 เพื่อดูว่าผลยังดีหรือไม่ในยุคที่ดอกเบี้ยขาขึ้นก่อนปี 1985 ไม่ใช่เฉพาะยุคพันธบัตรขาขึ้นหลังปี 1985
lag ของสัญญาณมีผลต่างกัน สัญญาณจากผลตอบแทนย้อนหลัง 1–4 เดือน และ 9–11 เดือนให้ผลดีสม่ำเสมอ แต่ lag 5–8 เดือนให้ผลแย่กว่าอย่างสม่ำเสมอ กลยุทธ์ที่ผู้เขียนสร้างให้ใกล้ดัชนี BTOP50 ซึ่งเรียกว่า momCTA ให้น้ำหนักเกือบทั้งหมดกับ lag 1–4
ผลตอบแทนเบ้ขวาและมี smile momCTA ให้ผลตอบแทนเบ้ขวา และทำได้ดีทั้งในช่วงที่ตลาดหุ้นและพันธบัตรย่ำแย่หนักที่สุดและช่วงที่ขึ้นแรงที่สุด ผู้เขียนเรียกว่า equity market smile และ bond market smile
การห้ามถือ long ช่วยในจุดหนึ่งแต่เสียอีกจุด การจำกัดไม่ให้ถือหุ้นหรือพันธบัตรฝั่ง long ช่วยเพิ่ม crisis alpha แต่ลดผลตอบแทนเฉลี่ย และทำให้ผลแย่ลงในอีกตลาดหนึ่ง
ผู้เขียนเน้นว่ากลยุทธ์ momentum ในบทนี้ตั้งใจทำแบบเรียบง่าย เพื่อให้เห็นว่าคุณสมบัติที่พบเป็นผลทั่วไป ไม่ได้มาจากการปรับแต่ง และระบุว่าการใช้จริงยังต้องพิจารณาสัญญาณ การสร้าง portfolio, risk management และการส่งคำสั่งเพิ่มเติม บทนี้ปิดด้วยคำถามที่ยกไปตอบในบทที่ 2 เช่น trend following เทียบกับการซื้อ put หรือถือทองคำเป็นอย่างไร
พื้นฐานที่ควรมีก่อนอ่าน
บทที่ 1 เขียนแบบงานวิจัยเชิงประจักษ์ มีตารางสถิติ เช่น mean, standard deviation, skewness และ kurtosis และพูดถึงแนวคิดอย่าง long straddle และ positive convexity ผู้อ่านจึงควรคุ้นกับ statistics เบื้องต้น Sharpe ratio และพื้นฐาน options ข้อนี้ประเมินจากบทที่ 1 และสารบัญ
เหมาะกับใคร และใครควรเริ่มจากเล่มอื่นก่อน
เหมาะ กับ portfolio manager, risk analyst และนักลงทุนที่สนใจวิธีป้องกัน portfolio แบบมีหลักฐานเชิงตัวเลข ซึ่งตรงกับกลุ่มที่ Wiley ระบุว่ารวมผู้ทำงานด้านบริหารสินทรัพย์ ผู้กำหนดนโยบาย นักวิชาการ และนักลงทุนรายบุคคล
เหมาะ กับคนที่ใช้หรือกำลังพิจารณากลยุทธ์ trend following และ managed futures เป็นส่วนป้องกันของ portfolio
ควรเริ่มจากเล่มอื่นก่อน ถ้ายังไม่คุ้นกับการอ่านผล backtest และสถิติของผลตอบแทน เพราะเนื้อหาในบทที่ 1 นำเสนอเป็นตารางและกราฟเชิงวิจัยเป็นหลัก
ข้อจำกัดของข้อมูลที่ใช้ในบทความนี้
อ่านเฉพาะบทที่ 1 และสารบัญ บทที่ 2–7 สรุปจากชื่อหัวข้อเท่านั้น
ผลในบทที่ 1 เป็นผลย้อนหลังช่วง 1960–2015 ของกลยุทธ์ที่ผู้เขียนสร้างขึ้นเพื่อการวิจัย ไม่ได้รับประกันผลในอนาคต
ISBN ในแคตตาล็อกของ Libro คือ 9781119773924 ซึ่งหน้า Wiley ระบุเป็นฉบับ e-book ส่วนฉบับปกแข็งคือ 9781119773917
แหล่งอ้างอิง
Strategic Risk Management: Designing Portfolios and Managing Risk · Wiley · ข้อมูลหนังสือ คำอธิบาย ISBN และประวัติผู้เขียน
Contents (PDF) · Wiley · สารบัญฉบับเต็ม
Chapter 1: Seeking Crisis Alpha (PDF) · Wiley · บทที่ 1 หน้า 1–25
หนังสือที่กล่าวถึงในบทความนี้

Strategic Risk Management: Designing Portfolios & Managing Risk
Campbell R. Harvey, Sandy Rattray & Otto Van Hemert
สารบัญ 7 บทครอบคลุม trend following เป็น crisis alpha, volatility targeting, strategic rebalancing, drawdown control และหลักฐานจากช่วง COVID-19
บทความนี้อ่านจบได้ในตัวเอง หนังสือด้านบนคือจุดต่อยอดสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาลึกขึ้น
อ่านต่อ
25 ตุลาคม 2569
Super Trader ของ Van Tharp: มองการเทรดเป็นธุรกิจ ตั้งแต่จิตวิทยาถึง position sizingหนังสือปี 2009 ของ Van K. Tharp ว่าด้วยการเทรดเต็มเวลาแบบธุรกิจ ตั้งแต่สภาพจิตใจ แผนธุรกิจ ระบบเทรดที่เหมาะกับตัวเอง จนถึง position sizing และ R-multiple บทความนี้แนะนำขอบเขตจากสารบัญและคำอธิบายของสำนักพิมพ์
25 ตุลาคม 2569
Flash Boys ของ Michael Lewis: เรื่องเล่าว่าด้วย high-frequency tradingสารคดีของ Michael Lewis (W. W. Norton, 2014) เล่าเรื่องกลุ่มคนในวอลล์สตรีทที่ตั้งคำถามกับ high-frequency trading และตลาดหุ้นสหรัฐ บทความนี้สรุปจากหน้าสำนักพิมพ์และบทความข่าวที่ระบุชื่อผู้เขียน เพื่อช่วยดูว่าเล่มนี้เหมาะกับคุณหรือไม่
25 ตุลาคม 2569
Survival Guide for Traders: เตรียม "หลังบ้าน" ก่อนเทรดเป็นธุรกิจที่บ้านหนังสือของ Bennett A. McDowell ว่าด้วยการตั้งธุรกิจเทรดที่บ้าน ตั้งแต่แผนธุรกิจ งบการเงินส่วนตัว การเลือกโบรกเกอร์และข้อมูล จนถึง money management และจิตวิทยา บทความนี้สรุปจากสารบัญและบทที่ 1 ที่ Wiley เผยแพร่ให้อ่านตัวอย่าง
