Libro

Trade Like a Casino: สร้างระบบที่มี positive expectancy แบบ Richard L. Weissman

หนังสือของ Richard L. Weissman มองเทรดเดอร์ที่สำเร็จว่าทำงานแบบคาสิโน คือมีวิธีที่มีค่าคาดหมายเป็นบวกและใช้อย่างสม่ำเสมอ บทความนี้สรุปจากสารบัญและบทที่ 1 ที่ Wiley เผยแพร่ให้อ่านตัวอย่าง

ภาพประกอบบทความ: ปกหนังสือ Trade Like a Casino โดย Richard L. Weissman

ขอบเขตของบทความ: สรุปจากสารบัญและบทที่ 1 ที่สำนักพิมพ์ Wiley เผยแพร่ให้อ่านตัวอย่าง รวมกับข้อมูลหนังสือจากหน้าสำนักพิมพ์ ยังไม่ได้อ่านบทที่ 2–12 ข้อสังเกตเรื่องบทเหล่านั้นมาจากชื่อหัวข้อในสารบัญเท่านั้น

คาสิโนไม่รู้ว่าลูกเต๋าทอยถัดไปจะออกอะไร แต่รู้ว่าเมื่อเล่นไปนาน ๆ edge เล็ก ๆ จะทำงาน Trade Like a Casino ใช้ภาพนี้อธิบายการเทรด บทความนี้ช่วยดูว่าหนังสือครอบคลุมอะไร บทแรกเสนอแนวคิดอย่างไร และเหมาะกับใคร

หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยอะไร

Trade Like a Casino: Find Your Edge, Manage Risk, and Win Like the House เขียนโดย Richard L. Weissman ตีพิมพ์โดย Wiley ในชุด Wiley Trading ฉบับปกแข็งเดือนตุลาคม 2011 ISBN 978-0-470-93309-1 ความยาว 288 หน้า (หน้าหนังสือของ Wiley)

คำอธิบายของสำนักพิมพ์ระบุว่าหนังสือศึกษาลักษณะร่วมของเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งทำงานคล้ายคาสิโน คือสร้างวิธีที่มี positive expectancy แล้วใช้อย่างสม่ำเสมอแม้ตลาดเปลี่ยนไป หัวข้อที่สำนักพิมพ์ยกมามีการคิดเผื่อความเสี่ยงที่จะผิด การไม่ผูกอารมณ์กับ position การรวมการเลือกเทรดเข้ากับ risk management และการใช้ประโยชน์จาก volatility cycle

หน้าสำนักพิมพ์แนะนำผู้เขียนว่าเป็นเทรดเดอร์ นักพัฒนาระบบเทรด และผู้สอนด้านการเทรดและ risk management ที่ Energy Management Institute เคยเป็นสมาชิกและเทรดเดอร์ของ New York Futures Exchange และเป็นผู้เขียน Mechanical Trading Systems

เนื้อหาครอบคลุมหัวข้ออะไร

สารบัญแบ่งเป็นสามภาค 12 บท (สารบัญ):

ภาค

บท

ชื่อบทตามสารบัญ

Part I The Casino Paradigm

1–3

Developing Positive Expectancy Models, Price Risk Management, Maintaining Unwavering Discipline

Part II Trading Tools and Techniques

4–9

Capitalizing on the Cyclical Nature of Volatility, Trading the Markets and Not the Money, Minimizing Trader Regret, Timeframe Analysis, How to Use Trading Models, Anticipating the Signal

Part III Trader Psychology

10–12

Transcending Common Trading Pitfalls, Analyzing Performance, Becoming an Even-Tempered Trader

หัวข้อย่อยที่น่าสังเกตมี risk management pyramid ในบทที่ 2 การแยกปัญหาของ trend follower กับ mean reversion trader ในบทที่ 6 การเทรดแบบ timeframe confirmation และ timeframe divergence ในบทที่ 7 และแบบสอบถาม due diligence กับบันทึกการเทรดในบทที่ 11

แนวคิดที่น่าสนใจจากบทที่ 1

บทที่ 1 Developing Positive Expectancy Models เปิดให้อ่าน (บทที่ 1) ผู้เขียนบอกว่าบทที่ 1–3 ว่าด้วยองค์ประกอบที่ระบบเทรดที่สำเร็จทุกระบบมีร่วมกัน คือ model ที่มี positive expectancy, risk management และวินัย

  • ราคามีความจำ ผู้เขียนอธิบายว่า technical analysis ช่วยสร้าง model ได้เพราะ "price has memory" ยกตัวอย่างน้ำมันดิบที่ $40 ต่อบาร์เรลในปี 1990 ซึ่งกลับมาเป็น resistance อีกครั้งในปี 2003 เพราะผู้ที่ติดดอยที่ราคานั้นรอขายคืนทุน

  • ตลาดไม่ efficient และนั่นคือโอกาส ผู้เขียนมองว่า distribution ของราคาเป็นแบบ leptokurtic คือ mean revert บ่อยกว่า normal distribution และเมื่อไม่กลับก็มี trend แรงกว่า (fat tail) model ที่มี edge จึงแบ่งเป็นสองกลุ่ม คือ countertrend กับ trend-following ส่วน volatility indicator ช่วยบอกว่าตลาดกำลังเปลี่ยนจากโหมดหนึ่งไปอีกโหมด ซึ่งผู้เขียนขยายในบทที่ 4

  • "Don't anticipate, just participate" ผู้เขียนเตือนว่าการถูกเร็วเกินไปอันตรายสำหรับเทรดเดอร์ ให้รอหลักฐานของยอดหรือก้นก่อน และยกกรณี SemGroup ที่ชอร์ตน้ำมันเพราะมองว่าราคาสูงเกินมูลค่า แต่ล้มละลายก่อนราคาจะลงจริง

  • "If it feels good, don't do it" เทรดที่ทำกำไรมักเป็นเทรดที่ทำยากทางใจ เช่น ซื้อตอนข่าวร้ายสุดขีดแบบ E-Mini S&P 500 ในวันที่ 6 มีนาคม 2009 หรือซื้อที่จุดสูงสุดใหม่ตอนเทรด trend following

  • Prospect Theory ผู้เขียนใช้งานของ Kahneman และ Tversky อธิบายว่าคนเราถูกตั้งโปรแกรมให้ทำกำไรน้อยและขาดทุนมาก ระบบที่มีกฎชัดเจนจึงช่วยบังคับให้ cut loss เร็วและปล่อยกำไรวิ่ง

  • บทบาทของ fundamentals ผู้เขียนมองว่า fundamentals ตีความได้หลายทางจึงสร้างกฎยาก แต่ใช้เสริมได้ เช่น สังเกตเมื่อตลาดตอบสนองสวนทางกับข่าว อย่างกรณีน้ำมันดิบปรับขึ้นในวันที่รายงานสต็อกน้ำมันเพิ่มมากกว่าคาดเมื่อเมษายน 2009

ตัวเลข "90% ของ speculator ขาดทุน" ในบทนี้เป็นคำกล่าวของผู้เขียน ส่วนที่อ่านของบทที่ 1 ไม่ได้ระบุแหล่งข้อมูลของตัวเลขนี้

พื้นฐานที่ควรมีก่อนอ่าน

บทที่ 1 อ้างถึง oscillator, moving average, MACD, Bollinger Band และ RSI โดยไม่อธิบายวิธีคำนวณ ผู้อ่านควรรู้จัก indicator พื้นฐานและการอ่านกราฟ futures มาก่อน ตัวอย่างในบทส่วนใหญ่เป็น futures น้ำมันดิบและดัชนีหุ้นสหรัฐฯ

เหมาะกับใคร และใครควรเริ่มจากเล่มอื่นก่อน

  • เหมาะ กับเทรดเดอร์ที่ใช้ technical analysis อยู่แล้ว และอยากเข้าใจว่าทำไมระบบ countertrend กับ trend-following จึงทำงานได้ และเลือกใช้เมื่อไร

  • เหมาะ กับผู้ที่รู้ว่าจุดอ่อนของตัวเองคือวินัยและการ cut loss เพราะภาค I และ III ให้น้ำหนักกับเรื่องนี้ตามสารบัญ

  • ควรเริ่มจากเล่มอื่นก่อน ถ้ายังไม่รู้จัก indicator พื้นฐาน ผู้เขียนมีหนังสือ Mechanical Trading Systems ที่ Wiley ระบุไว้ในประวัติผู้เขียน แต่บทความนี้ไม่ได้ตรวจเนื้อหาเล่มนั้น

ข้อจำกัดของข้อมูลที่ใช้ในบทความนี้

  • อ่านเฉพาะบทที่ 1 และสารบัญที่ Wiley เผยแพร่ บทอื่นสรุปจากชื่อหัวข้อเท่านั้น เลขหน้าในสารบัญที่ดึงจาก PDF เลื่อนตำแหน่ง บทความนี้จึงไม่อ้างเลขหน้าของแต่ละบท

  • ตัวอย่างตลาดในบทเป็นช่วงปี 1982–2010 ตามภาพประกอบ

  • Open Library บันทึก ISBN นี้เป็น Wiley ปี 2011 แต่ไม่มีจำนวนหน้า (Open Library)

แหล่งอ้างอิง

  • ปกหนังสือ Trade Like a Casino

    Trade Like a Casino

    Richard L. Weissman

    สารบัญแบ่งเป็นสามภาค คือกรอบคิดแบบคาสิโน เครื่องมือเทรดอย่าง volatility cycle และ multiple timeframe และจิตวิทยาของเทรดเดอร์

    ดูรายละเอียด

บทความนี้อ่านจบได้ในตัวเอง หนังสือด้านบนคือจุดต่อยอดสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาลึกขึ้น