The Richest Man in Babylon: หลักการออมและลงทุนผ่านนิทานบาบิโลนจากปี 1926
หนังสือการเงินส่วนบุคคลของ George S. Clason ที่เล่าผ่านนิทานในบาบิโลนโบราณ บทความนี้อ่านบางบทจากต้นฉบับปี 1926 ที่เป็นสาธารณสมบัติบน Wikisource รวมกับข้อมูลฉบับ Signet จาก Penguin Random House

ขอบเขตของบทความ: อ่านบางบท ได้แก่บทที่ 2, 3 และ 5 จากต้นฉบับปี 1926 ที่เป็นสาธารณสมบัติในสหรัฐฯ บน Wikisource และใช้สารบัญของต้นฉบับนั้น รวมกับข้อมูลฉบับ Signet จากหน้า Penguin Random House ยังไม่ได้อ่านบทอื่น และยังไม่ได้อ่านฉบับ Signet ซึ่งมีบทนำใหม่ที่ต้นฉบับไม่มี
คนที่เพิ่งเริ่มจัดการเงินมักติดอยู่ที่คำถามง่าย ๆ ว่าควรเริ่มจากตรงไหน เก็บเท่าไร และควรระวังอะไร The Richest Man in Babylon ตอบคำถามเหล่านี้ผ่านนิทานที่ตั้งฉากในบาบิโลนโบราณ ภาษาเก่าแต่หลักการเข้าใจง่าย บทความนี้สรุปว่าบทที่อ่านแล้วเสนออะไร และเล่มนี้เหมาะกับใคร
หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยอะไร
The Richest Man in Babylon เขียนโดย George S. Clason ฉบับในแคตตาล็อกของ Libro คือ ISBN 9780451205360 ฉบับปกอ่อนขนาดพกพาของ Signet ในเครือ Penguin Random House หน้า Penguin Random House ระบุชื่อรองว่า The Success Secrets of the Ancients วางจำหน่าย 1 มกราคม 2002 และมีบทนำใหม่โดย Suze Orman สำนักพิมพ์อธิบายว่าเป็นชุดนิทานบาบิโลนว่าด้วยการออม การวางแผนการเงิน และการสร้างความมั่งคั่งส่วนตัว
ประวัติผู้เขียนบนหน้าเดียวกันระบุว่า Clason เกิดปี 1874 ก่อตั้งบริษัททำแผนที่ในเมือง Denver และเริ่มเขียนจุลสารเรื่องการออมที่ใช้นิทานบาบิโลนในปี 1926 ธนาคารและบริษัทประกันแจกจ่ายจุลสารเหล่านี้อย่างกว้างขวาง
ต้นฉบับปี 1926 มีฉบับถอดความบน Wikisource ซึ่งระบุว่าเป็นสาธารณสมบัติในสหรัฐฯ เพราะตีพิมพ์ก่อนปี 1931 ต้นฉบับนี้มีคำนำและ 11 บท ตั้งแต่ The Man Who Desired Gold, Seven Cures for a Lean Purse, The Five Laws of Gold, The Gold Lender of Babylon, The Clay Tablets From Babylon ไปจนถึง An Historical Sketch of Babylon
แนวคิดจากบทที่อ่าน
บทที่ 2 เรื่องของ Arkad
ในบทที่ 2 Arkad คนที่รวยที่สุดในบาบิโลน เล่าให้เพื่อนสมัยเด็กฟังว่าเริ่มจากเป็นอาลักษณ์ที่เก็บเงินไม่ได้เลย จนได้คำแนะนำจาก Algamish ผู้ให้กู้เงินว่า ส่วนหนึ่งของทุกอย่างที่หามาได้ต้องเก็บไว้เป็นของตัวเอง อย่างน้อยหนึ่งในสิบ และต้องกันไว้ก่อนจ่ายให้คนอื่น
เรื่องเล่าความผิดพลาดของ Arkad ด้วย ครั้งแรกเขาฝากเงินออมกับช่างทำอิฐให้ไปซื้ออัญมณี แล้วได้แก้วปลอมกลับมา บทเรียนคือควรถามเรื่องอัญมณีกับพ่อค้าอัญมณี ไม่ใช่คนที่ไม่ได้ทำงานด้านนั้น อีกครั้งเขานำดอกผลไปใช้จ่ายจนเงินออมไม่งอกเงย บทนี้ยังเตือนว่าผลตอบแทนน้อยแต่ปลอดภัยดีกว่าความเสี่ยง
บทที่ 3 วิธีแก้กระเป๋าแฟบเจ็ดข้อ
บทที่ 3 เล่าว่ากษัตริย์ขอให้ Arkad สอนคนหนึ่งร้อยคน เนื้อหาคือเจ็ดข้อ สรุปได้ดังนี้
ข้อ | ชื่อในต้นฉบับ | ใจความ |
|---|---|---|
1 | Start thy purse to fattening | เก็บหนึ่งในสิบของรายได้ ใช้ไม่เกินเก้าในสิบ |
2 | Control thy expenditures | แยกสิ่งจำเป็นออกจากความอยาก และทำงบประมาณ |
3 | Make thy gold multiply | ให้เงินออมทำงาน และนำผลตอบแทนไปลงทุนต่อ |
4 | Guard thy treasures from loss | รักษาเงินต้น เข้าใจความเสี่ยงก่อนลงทุน ปรึกษาผู้มีประสบการณ์ |
5 | Make of thy dwelling a profitable investment | มีบ้านเป็นของตัวเองแทนการเช่า |
6 | Insure a future income | เก็บเงินสม่ำเสมอเพื่อวัยชราและครอบครัว |
7 | Increase thy ability to earn | พัฒนาทักษะและความต้องการที่ชัดเจน |
บทที่ 5 กฎห้าข้อของทองคำ
บทที่ 5 เล่าเรื่อง Nomasir ลูกชายของ Arkad ที่เสียเงินทุนไปกับการพนันม้าที่ถูกจัดฉาก และหุ้นส่วนที่ชวนซื้อร้านที่กำลังขาดทุน ก่อนจะเริ่มเก็บออมใหม่และลงทุนร่วมกับกลุ่มคนที่มีประสบการณ์ กฎห้าข้อในบทนี้ว่าด้วยการเก็บออมสม่ำเสมอ การให้เงินทำงาน การปรึกษาผู้รู้ การไม่ลงทุนในสิ่งที่ไม่เข้าใจ และการระวังแผนที่สัญญากำไรสูงผิดปกติหรือรวยเร็ว
ผู้อ่านปัจจุบันควรอ่านอย่างไร
ส่วนนี้เป็นข้อสังเกตของบทความ ไม่ใช่เนื้อหาของหนังสือ หลักในบทที่อ่าน เช่น จ่ายให้ตัวเองก่อน ทำงบประมาณ และระวังการลงทุนที่ไม่เข้าใจ ยังใช้เป็นจุดเริ่มต้นได้ แต่ตัวอย่างการลงทุนในเล่มเป็นการให้กู้และร่วมทุนค้าขายในโลกโบราณ ไม่ได้พูดถึงตลาดหุ้น กองทุน ภาษี หรือเงินเฟ้อ ผู้อ่านจึงต้องหาความรู้เรื่องเครื่องมือการเงินปัจจุบันจากแหล่งอื่น และสัดส่วนหนึ่งในสิบเป็นตัวเลขตั้งต้นในนิทาน ไม่ใช่คำแนะนำที่เหมาะกับทุกคน
เหมาะกับใคร และใครควรเริ่มจากเล่มอื่นก่อน
เหมาะ กับคนที่เพิ่งเริ่มจัดการเงินและอยากได้หลักพื้นฐานเรื่องการออมกับการคุมรายจ่ายในรูปเรื่องเล่าสั้น ๆ
เหมาะ กับคนที่อยากเข้าใจแนวคิดการเงินส่วนบุคคลแบบดั้งเดิมที่หนังสือรุ่นหลังหลายเล่มอ้างถึง
ควรเลือกเล่มอื่น ถ้าต้องการวิธีเลือกหุ้น จัด portfolio หรือวางแผนภาษีแบบปัจจุบัน บทที่อ่านไม่มีเรื่องเหล่านี้
ข้อจำกัดของข้อมูลที่ใช้ในบทความนี้
อ่านเฉพาะบทที่ 2, 3 และ 5 ของต้นฉบับปี 1926 บทอื่นรู้จากชื่อบทเท่านั้น
ฉบับ Signet ในแคตตาล็อกมีบทนำโดย Suze Orman และอาจมีการปรับถ้อยคำ บทความนี้ไม่ได้อ่านฉบับนั้น
จำนวนหน้าไม่ตรงกัน หน้าสำนักพิมพ์ระบุ 224 หน้า ส่วน Open Library ระบุ 144 หน้า และลงวันที่ฉบับนี้เป็นปี 2004
คำอธิบายในโฟลเดอร์หนังสือเป็นของฉบับ BN Publishing ปี 2007 ไม่ใช่ฉบับ Signet และภาพปกในโฟลเดอร์ไม่ใช่ปกฉบับ Signet
แหล่งอ้างอิง
The Richest Man in Babylon · Penguin Random House · ข้อมูลฉบับ Signet คำอธิบาย และประวัติผู้เขียน
The Richest Man In Babylon (Wikisource) · Wikisource · สารบัญและสถานะลิขสิทธิ์ของต้นฉบับปี 1926
Chapter 2 · Wikisource · บทที่ 2 ทั้งบท
Chapter 3 · Wikisource · บทที่ 3 ทั้งบท
Chapter 5 · Wikisource · บทที่ 5 ทั้งบท
Open Library: 9780451205360 · Internet Archive · ข้อมูลสำนักพิมพ์ ปี และจำนวนหน้า
หนังสือที่กล่าวถึงในบทความนี้

The Richest Man in Babylon
George S. Clason
นิทานสั้นว่าด้วยการเก็บออมอย่างน้อยหนึ่งในสิบของรายได้ การคุมรายจ่าย และการระวังการลงทุนที่สัญญาผลตอบแทนสูง
บทความนี้อ่านจบได้ในตัวเอง หนังสือด้านบนคือจุดต่อยอดสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาลึกขึ้น
อ่านต่อ
25 ตุลาคม 2569
Upheaval: Jared Diamond กับคำถามว่าประเทศฟื้นจากวิกฤตได้อย่างไรเล่มที่สามในชุดของ Jared Diamond ต่อจาก Guns, Germs and Steel และ Collapse เปรียบเทียบประเทศที่ผ่านวิกฤตครั้งใหญ่ โดยยืมกรอบการฟื้นตัวจากวิกฤตส่วนบุคคล บทความนี้แนะนำขอบเขตจากคำอธิบายของสำนักพิมพ์และข้อมูลหนังสือ
25 ตุลาคม 2569
The Fiat Standard: ข้อวิจารณ์ระบบเงิน Fiat ในมุมมองของ Saifedean AmmousSaifedean Ammous อธิบายระบบเงิน Fiat เหมือนเทคโนโลยีชิ้นหนึ่ง แล้วเทียบกับ Bitcoin ตามมุมมองของเขา บทความนี้สรุปจากบทนำและตัวอย่างบทที่ 3 ที่สำนักพิมพ์เปิดให้อ่าน เพื่อช่วยดูว่าเล่มนี้ตอบคำถามที่คุณมีหรือไม่
25 ตุลาคม 2569
When Money Dies: hyperinflation ในเยอรมนียุคไวมาร์ผ่านสายตาคนร่วมสมัยAdam Fergusson เล่าการล่มสลายของเงินมาร์กเยอรมันในปี 1923 ผสมการวิเคราะห์เศรษฐกิจกับบันทึกของคนที่อยู่ในเหตุการณ์ บทความนี้แนะนำขอบเขตจากคำอธิบายของสำนักพิมพ์ สารบัญฉบับแรก และบทวิจารณ์ใน IMF Finance & Development
