The Leverage Space Trading Model: optimal f และ position sizing แบบหลายสินทรัพย์
หนังสือของ Ralph Vince ว่าด้วย position sizing ด้วยแนวคิด geometric mean maximization และ optimal f ขยายไปสู่ portfolio หลายสินทรัพย์ บทความนี้สรุปจากสารบัญและบทที่ 1 ที่ Wiley เผยแพร่ให้อ่านตัวอย่าง

ขอบเขตของบทความ: สรุปจากสารบัญและบทที่ 1 ที่สำนักพิมพ์ Wiley เผยแพร่ให้อ่านตัวอย่าง รวมกับข้อมูลหนังสือจากหน้าสำนักพิมพ์ ยังไม่ได้อ่านบทอื่น ข้อสังเกตเรื่องบทที่ 2–7 มาจากชื่อบทในสารบัญและคำอธิบายของสำนักพิมพ์เท่านั้น
เทรดเดอร์จำนวนมากใช้เวลากับการหา entry และ exit แต่ตอบไม่ได้ชัดว่าควรถือ position ใหญ่แค่ไหนเมื่อเงินทุนในบัญชีขึ้นลงไปเรื่อย ๆ และเมื่อถือหลายสินทรัพย์พร้อมกัน ขนาดของแต่ละตัวควรสัมพันธ์กันอย่างไร
The Leverage Space Trading Model เป็นหนังสือที่ Ralph Vince เขียนเพื่อตอบคำถามนี้โดยตรง บทความนี้ช่วยดูว่าเล่มนี้ครอบคลุมอะไร บทแรกปูพื้นไว้อย่างไร และควรมีพื้นฐานระดับไหนก่อนเริ่มอ่าน
หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยอะไร
The Leverage Space Trading Model: Reconciling Portfolio Management Strategies and Economic Theory เขียนโดย Ralph Vince ตีพิมพ์โดย Wiley ในชุด Wiley Trading เมื่อพฤษภาคม 2009 ความยาว 208 หน้า (หน้าหนังสือของ Wiley)
คำอธิบายของสำนักพิมพ์ระบุว่าผู้เขียนมองว่าวิธีมาตรฐานในการรวมสินทรัพย์เป็น portfolio และกำหนดสัดส่วนของแต่ละตัวมีข้อบกพร่อง และเสนอ Leverage Space model เป็นกรอบที่หลีกเลี่ยงปัญหาของ mean-variance model โดยวัด drawdown เพื่อหา portfolio ที่เติบโตสูงสุดภายใต้ข้อจำกัด drawdown ที่กำหนด สำนักพิมพ์ยังระบุว่าเนื้อหาเขียนเป็นสองช่องทางคู่กัน ช่องหนึ่งมีคณิตศาสตร์ อีกช่องไม่มี
หน้าสำนักพิมพ์ระบุว่า Ralph Vince เป็นโปรแกรมเมอร์ที่เริ่มงานในวงการเทรดจากตำแหน่ง margin clerk ต่อมาเป็นที่ปรึกษาด้านโปรแกรมให้เทรดเดอร์ futures และผู้จัดการกองทุน และเป็นที่รู้จักจากงานเรื่อง Optimal f ผลงานก่อนหน้ากับ Wiley มีเช่น The Mathematics of Money Management และ The Handbook of Portfolio Mathematics
เนื้อหาครอบคลุมหัวข้ออะไร
สารบัญแบ่งเนื้อหาเป็นสามภาค เจ็ดบท (สารบัญ):
ภาค | บท | หัวข้อตามสารบัญ |
|---|---|---|
Part I The Single Component Case: Optimal f | 1–3 | The General History of Geometric Mean Maximization, The Ineluctable Coordinates, The Nature of the Curve |
Part II The Multiple Component Case: The Leverage Space Portfolio Model | 4–5 | Multiple, Simultaneous f — "Leverage Space", Risk Metrics in Leverage Space and Drawdown |
Part III The Leverage Space Praxis | 6–7 | A Framework to Satisfy Both Economic Theory and Portfolio Managers, Maximizing the Probability of Profit |
ลำดับของภาคบอกทิศทางของเล่มได้ชัด เริ่มจากสินทรัพย์ตัวเดียว ขยายไปหลายสินทรัพย์พร้อมกัน แล้วจบที่การนำไปใช้ บทที่ 5 เรื่อง risk metrics และ drawdown เป็นบทที่ยาวที่สุดตามเลขหน้าในสารบัญ คือราวห้าสิบหน้า
แนวคิดที่น่าสนใจจากบทที่ 1
บทที่ 1 เปิดให้อ่านเป็นตัวอย่าง (บทที่ 1, หน้า 7–20) เนื้อหาเป็นประวัติของแนวคิด geometric mean maximization และวางคำศัพท์ที่ใช้ทั้งเล่ม
นิยามของปัญหา ผู้เขียนอธิบาย geometric mean maximization หรือ growth-optimality ว่าเป็นการทำให้เงินทุนโตสูงสุดเมื่อเงินที่ใช้เดิมพันรอบถัดไปขึ้นกับผลของรอบก่อนหน้า โดยไม่เติมหรือถอนเงินออกระหว่างทาง
เส้นทางของแนวคิด บทนี้เล่าตั้งแต่ปัญหาเกมโยนเหรียญที่ Nicolaus Bernoulli เขียนถึงในปี 1713 งานของ Daniel Bernoulli ปี 1738 บทความของ John L. Kelly Jr. ปี 1956 ไปจนถึงงานของ Edward O. Thorp และการถกเถียงกับแนวทาง Modern Portfolio Theory ของ Markowitz
Kelly criterion และข้อจำกัด ผู้เขียนแสดงสูตร Kelly สำหรับเกมที่มีผลลัพธ์สองแบบ แล้วชี้ว่าสูตรนี้ให้คำตอบถูกต้องเฉพาะเมื่อชนะและแพ้ด้วยจำนวนคงที่ ซึ่งไม่ตรงกับผลการเทรดจริงที่กำไรขาดทุนแต่ละครั้งไม่เท่ากัน
สูตร optimal f สำหรับชุดผลการเทรด ผู้เขียนนำเสนอสมการที่เขาเผยแพร่ในปี 1990 ซึ่งแปลงกำไรขาดทุนแต่ละครั้งเป็น Holding Period Return โดยอ้างอิงขาดทุนครั้งใหญ่ที่สุด แล้วหาค่า f ที่ทำให้ผลคูณ (Terminal Wealth Relative) สูงสุด จากนั้นแปลงค่า f เป็นจำนวนหน่วยที่ควรถือตามเงินทุนในบัญชี
จุดเปลี่ยนของเล่ม ผู้เขียนบอกว่าบรรพบุรุษของแนวคิดนี้พูดถึงแค่ว่ามีจุดที่เหมาะที่สุด แต่สิ่งที่เขาสนใจคือรูปร่างของเส้นโค้งรอบจุดนั้น และวิจารณ์การเลือกขนาดแบบ "half Kelly" ว่าเป็นจุดที่เลือกโดยไม่ดูพลวัตของเส้นโค้ง
ตัวอย่างในบทช่วยให้เห็นภาพ เกมโยนเหรียญที่ชนะได้ 2 หน่วยและแพ้เสีย 1 หน่วย สูตร Kelly ให้ค่า f เท่ากับ 0.25 ผู้เขียนแสดงว่าสมการของเขาให้คำตอบเดียวกัน และเมื่อเงินทุน 100 หน่วยกับขาดทุนครั้งใหญ่สุด 1 หน่วย จะได้ขนาดเดิมพัน 25 ครั้ง เท่ากับเสี่ยง 25 เปอร์เซ็นต์ของเงินทุน ผู้เขียนยังเตือนว่า margin requirement ไม่ได้บอกขนาดที่เหมาะทางคณิตศาสตร์
พื้นฐานที่ควรมีก่อนอ่าน
บทที่ 1 ใช้สัญลักษณ์ผลรวม ผลคูณ ลอการิทึม และรากที่ n อย่างต่อเนื่อง ผู้อ่านควรคุ้นกับ mathematical expectation ความต่างระหว่าง arithmetic mean กับ geometric mean และการคำนวณ compound return ชื่อบทในภาค II บ่งว่าจะมีการหาค่า f หลายตัวพร้อมกันและการวัด drawdown ซึ่งน่าจะต้องใช้คณิตศาสตร์มากขึ้น ส่วนนี้เป็นข้อสังเกตจากชื่อบท ยังไม่ได้อ่านเนื้อหาจริง
คำอธิบายของสำนักพิมพ์ที่ว่ามีช่องทางเนื้อหาแบบไม่มีคณิตศาสตร์คู่กันอาจช่วยผู้อ่านที่ไม่ถนัดสูตร แต่บทความนี้ยังไม่ได้เห็นว่าช่องทางนั้นนำเสนออย่างไร
เหมาะกับใคร และใครควรเริ่มจากเล่มอื่นก่อน
เหมาะ กับ systematic trader หรือ portfolio manager ที่มีประวัติผลการเทรดเป็นตัวเลข และอยากคิดเรื่อง position size จาก compound growth และ drawdown แทนการใช้เปอร์เซ็นต์คงที่ที่ตั้งขึ้นเอง
เหมาะ กับผู้ที่รู้จัก Kelly criterion มาบ้างแล้ว และอยากเห็นว่าแนวคิดนี้ถูกขยายไปใช้กับชุดผลการเทรดและหลายสินทรัพย์อย่างไร
ควรเริ่มจากเล่มอื่นก่อน ถ้ายังไม่มี trading system ที่วัดผลได้ เพราะเนื้อหาในบทแรกตั้งต้นจากชุดกำไรขาดทุนที่มีอยู่แล้ว
ข้อจำกัดของข้อมูลที่ใช้ในบทความนี้
อ่านเฉพาะบทที่ 1 (หน้า 7–20) และสารบัญที่ Wiley เผยแพร่ บทที่ 2–7 สรุปจากชื่อบทและคำอธิบายของสำนักพิมพ์เท่านั้น
ข้อมูลในแคตตาล็อกของ Libro ใช้ ISBN 9780470496022 ซึ่งหน้า Wiley ระบุเป็น ISBN ของ e-book ฉบับเดียวกัน ส่วนฉบับปกแข็งคือ 978-0-470-45595-1 และ Open Library ผูก ISBN นี้กับฉบับอิเล็กทรอนิกส์ของ Wiley ปี 2009 (Open Library)
บทความนี้ไม่ได้ทดลองคำนวณ optimal f กับข้อมูลจริง
แหล่งอ้างอิง
The Leverage Space Trading Model · Wiley · ข้อมูลหนังสือ วันที่ตีพิมพ์ จำนวนหน้า ISBN คำอธิบาย และประวัติผู้เขียน
Contents (PDF) · Wiley · สารบัญ
Part I และ Chapter 1 (PDF) · Wiley · บทที่ 1 ทั้งบท หน้า 7–20
Open Library: 9780470496022 · Internet Archive · ข้อมูลฉบับ สำนักพิมพ์ ปี และ ISBN
หนังสือที่กล่าวถึงในบทความนี้

The Leverage Space Trading Model
Ralph Vince
สารบัญแบ่งเป็นสามภาค จาก optimal f ของสินทรัพย์เดียว ไปสู่ Leverage Space หลายสินทรัพย์ drawdown และ probability ที่จะมีกำไร
บทความนี้อ่านจบได้ในตัวเอง หนังสือด้านบนคือจุดต่อยอดสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาลึกขึ้น
อ่านต่อ
25 ตุลาคม 2569
The Mathematics of Money Management: ตำราคณิตศาสตร์ money management ของ Ralph Vinceหนังสือปี 1992 ของ Ralph Vince ว่าด้วยการใช้ mathematical model กำหนด position size และบริหาร portfolio ตั้งแต่ optimal f ไปจนถึง efficient frontier บทความนี้แนะนำขอบเขตเนื้อหาจากสารบัญและคำอธิบายของสำนักพิมพ์
25 ตุลาคม 2569
The Candlestick Course: เรียน candlestick chart แบบมีแบบฝึกหัดกับ Steve Nisonหนังสือฝึกอ่าน candlestick chart ของ Steve Nison ผู้นำเทคนิคนี้มาเผยแพร่ในโลกตะวันตก เน้นคำอธิบาย แบบทดสอบ และตัวอย่าง บทความนี้สรุปจากหน้าสำนักพิมพ์ Wiley และข้อมูลแคตตาล็อก เพื่อช่วยดูว่าเล่มนี้เหมาะกับคุณหรือไม่
25 ตุลาคม 2569
The Poker Face of Wall Street: โป๊กเกอร์กับการเงินและวิธีคิดเรื่องความเสี่ยงหนังสือของ Aaron Brown เล่าจุดที่โป๊กเกอร์กับการเงินสมัยใหม่มาบรรจบกัน และสิ่งที่นักรับความเสี่ยงทั้งสองฝั่งเรียนรู้จากกันได้ บทความนี้แนะนำขอบเขตเนื้อหาจากสารบัญและคำอธิบายของสำนักพิมพ์
