Libro

Big Debt Crises ของ Ray Dalio: กรอบมองวงจรหนี้ใหญ่ผ่านกรณีในประวัติศาสตร์

หนังสือของ Ray Dalio ที่วางแม่แบบวงจรหนี้ขนาดใหญ่ แล้วไล่ดูกรณี 2008 Great Depression และ Weimar พร้อมภาคผนวก 48 กรณี บทความนี้แนะนำขอบเขตจากหน้าของผู้เขียน ข้อมูลหนังสือ และบทรีวิวของ CFA Institute

ภาพประกอบบทความ: ปกหนังสือ Principles for Navigating Big Debt Crises โดย Ray Dalio

ขอบเขตของบทความ: แนะนำขอบเขตเนื้อหาจากคำอธิบายบนหน้าหนังสือของผู้เขียน ข้อมูลหนังสือจาก Google Books และ Open Library และบทรีวิวที่ CFA Institute เผยแพร่ ยังไม่ได้อ่านเนื้อหาในเล่ม

คนที่ติดตามเศรษฐกิจมหภาคมักได้ยินคำถามซ้ำ ๆ ว่าหนี้ที่สูงขึ้นจะจบลงด้วยวิกฤตหรือไม่ และถ้าเกิดวิกฤต ธนาคารกลางกับรัฐบาลจะมีทางเลือกอะไรบ้าง หนังสือเล่มนี้ของ Ray Dalio พยายามตอบด้วยการเทียบกรณีวิกฤตหนี้ในอดีตหลายสิบกรณี แล้วสรุปเป็นแม่แบบเดียว

บทความนี้ช่วยดูว่าเล่มนี้ครอบคลุมอะไร โครงสร้างเป็นอย่างไร และเหมาะกับใคร

หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยอะไร

Principles for Navigating Big Debt Crises เขียนโดย Ray Dalio หน้าหนังสือบนเว็บไซต์ของผู้เขียนอธิบายว่าเป็นแม่แบบว่าวิกฤตหนี้ทำงานอย่างไร พร้อมหลักการรับมือ และเขียนขึ้นในวาระครบสิบปีของวิกฤตการเงินปี 2008 มีทั้งฉบับ e-book และฉบับพิมพ์ (หน้าหนังสือบน Principles.com) ผู้เขียนกล่าวว่าแม่แบบนี้ช่วยให้ Bridgewater Associates คาดการณ์เหตุการณ์ปี 2008 ได้ ข้อนี้เป็นคำกล่าวของผู้เขียน บทความนี้ไม่ได้ตรวจสอบ

ฉบับที่ตรงกับข้อมูลในแคตตาล็อกของ Libro คือฉบับ Simon & Schuster ปี 2022 ISBN 9781398520905 ความยาว 480 หน้า ภาษาอังกฤษ (Open Library) ส่วนฉบับแรกออกในปี 2018

เนื้อหาครอบคลุมหัวข้ออะไร

คำอธิบายหนังสือแบ่งเนื้อหาเป็นสามภาค (Google Books):

ภาค

ชื่อภาค

เนื้อหาตามคำอธิบาย

1

The Archetypal Big Debt Cycle

อธิบายแม่แบบของวงจรหนี้ขนาดใหญ่

2

Three Detailed Cases

วิกฤตการเงินปี 2008, Great Depression ทศวรรษ 1930 และภาวะเงินเฟ้อรุนแรงของสาธารณรัฐ Weimar ในเยอรมนีทศวรรษ 1920

3

Compendium of 48 Cases

กราฟและคำอธิบายสั้นของวิกฤตหนี้ที่รุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปี

บทรีวิวของ Robert N. Farago บน Enterprising Investor ของ CFA Institute (สิงหาคม 2019) สรุปแกนของภาคแรกไว้ดังนี้

  • วงจรหนี้ใหญ่ถูกแบ่งเป็นหกระยะ ตั้งแต่ช่วงก่อตัวจนถึงการคลี่คลาย

  • วิกฤตแบ่งเป็นสองแบบ คือแบบเงินฝืด เมื่อหนี้ส่วนใหญ่เป็นสกุลเงินในประเทศ และแบบเงินเฟ้อ เมื่อหนี้ส่วนใหญ่เป็นสกุลเงินต่างประเทศ

  • ผู้กำหนดนโยบายมีเครื่องมือสี่อย่าง คือ การรัดเข็มขัด การผิดนัดหรือปรับโครงสร้างหนี้ การพิมพ์เงิน และการโอนความมั่งคั่ง ผลลัพธ์ที่ดีมาจากการผสมเครื่องมือเหล่านี้ให้สมดุล

ผู้รีวิวยังระบุว่ากรณีศึกษาครอบคลุมทั้งประเทศพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่ และภาคที่สามมีกราฟราคาหุ้น อัตราดอกเบี้ย เส้นอัตราผลตอบแทน อัตราแลกเปลี่ยน และทองคำของแต่ละกรณี

พื้นฐานที่ควรมีก่อนอ่าน

แหล่งที่เปิดอ่านไม่ได้ระบุพื้นฐานที่ต้องมี จากโครงสร้างที่ใช้กราฟตลาดและศัพท์นโยบายการเงินเป็นหลัก ผู้อ่านที่คุ้นกับแนวคิดอย่างอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เส้นอัตราผลตอบแทน และอัตราแลกเปลี่ยนจะอ่านได้คล่องกว่า ข้อนี้เป็นการอนุมานของบทความ

เหมาะกับใคร และใครควรเริ่มจากเล่มอื่นก่อน

  • เหมาะ กับนักลงทุนและ fund manager ที่อยากมีกรอบคิดเวลาเจอวิกฤตหนี้ ซึ่งผู้รีวิวของ CFA Institute มองว่าเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์ชัดที่สุด

  • เหมาะ กับคนที่สนใจประวัติศาสตร์การเงินและอยากเทียบกรณีวิกฤตหลายประเทศในกรอบเดียว

  • ควรเริ่มจากเล่มอื่นก่อน ถ้ากำลังหาวิธีวิเคราะห์หุ้นรายตัวหรือระบบเทรดระยะสั้น เพราะโครงสร้างเล่มเน้นวงจรเศรษฐกิจและนโยบายระดับประเทศ

ข้อจำกัดของข้อมูลที่ใช้ในบทความนี้

  • ไม่ได้อ่านเนื้อหาในเล่ม โครงสร้างสามภาคมาจากคำอธิบายหนังสือ รายละเอียดหกระยะและเครื่องมือสี่อย่างมาจากบทรีวิวของบุคคลที่สาม

  • บทรีวิวของ CFA Institute อ้างถึงฉบับปี 2018 ส่วน ISBN ในแคตตาล็อกเป็นฉบับปี 2022 ไม่ได้ตรวจว่าเนื้อหาสองฉบับต่างกันหรือไม่

  • หน้าหนังสือของ Simon & Schuster ทั้งฉบับสหรัฐและสหราชอาณาจักรเปิดไม่ได้ (HTTP 403) ข้อมูลฉบับจึงมาจาก Open Library และ Google Books

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้อ่านจบได้ในตัวเอง หนังสือด้านบนคือจุดต่อยอดสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาลึกขึ้น