Libro

A Trader's Money Management System: วางระบบ money management และ stop-loss ก่อนเข้าเทรด

หนังสือของ Bennett A. McDowell ว่าด้วยจิตวิทยาการคุมความเสี่ยง stop-loss position sizing และการบันทึกผล บทความนี้สรุปจากสารบัญและบทที่ 1 ที่ Wiley เปิดให้อ่านตัวอย่าง เพื่อช่วยตัดสินว่าเล่มนี้ตรงกับระดับของคุณหรือไม่

ภาพประกอบบทความ: ปกหนังสือ A Trader's Money Management System โดย Bennett A. McDowell

ขอบเขตของบทความ: สรุปจากสารบัญและบทที่ 1 ที่สำนักพิมพ์ Wiley เผยแพร่ให้อ่านตัวอย่าง รวมกับข้อมูลหนังสือจากหน้าสำนักพิมพ์และ Open Library ยังไม่ได้อ่านบทอื่นนอกจากบทที่ 1 ข้อสังเกตเรื่องบทอื่นมาจากชื่อหัวข้อในสารบัญเท่านั้น

เทรดเดอร์มือใหม่จำนวนมากใช้เวลาส่วนใหญ่กับการหา entry แต่แทบไม่ได้คิดว่าจะออกเมื่อไร หรือควรเสี่ยงเงินเท่าไรต่อการเทรดหนึ่งครั้ง หนังสือเล่มนี้เขียนเพื่อเติมส่วนที่ขาดนั้น บทความนี้ช่วยดูว่าเนื้อหาครอบคลุมอะไรและเหมาะกับใคร

หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยอะไร

A Trader's Money Management System: How to Ensure Profit and Avoid the Risk of Ruin เขียนโดย Bennett A. McDowell มีคำนำโดย Steve Nison ตีพิมพ์โดย Wiley เมื่อกรกฎาคม 2008 ความยาว 224 หน้า ฉบับปกแข็ง ISBN 978-0-470-18771-5 (หน้าหนังสือของ Wiley)

หน้าสำนักพิมพ์อธิบายว่า money management เป็นส่วนสำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของการเทรด หนังสือนำเสนอเรื่องจิตวิทยาการคุมความเสี่ยง การวาง stop-loss position sizing การบันทึกผลอย่างสม่ำเสมอ และการสร้างระบบ money management ของตัวเอง โดยอธิบายด้วยภาษาง่ายแทนทฤษฎีคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน ผู้เขียนเป็นผู้ก่อตั้ง TradersCoach.com และผู้พัฒนาระบบ Applied Reality Trading (ART)

เนื้อหาครอบคลุมหัวข้ออะไร

สารบัญ แบ่งเป็นบทนำ ห้าภาค 14 บท และภาคผนวกสี่ส่วน:

ภาค

บท

หัวข้อตามสารบัญ

Part One: Psychology of Risk Control

1–4

It Just Ain't Sexy!, Confidence in Your Plan, Yin and Yang, Risk Psychology and The Trader's Mindset

Part Two: Stop-Loss Exits

5–8

Not Every Trade Will be a Winner, Entry Rules and Your Trading System, Stop-Loss Exit Rules, Scaling Out and Scaling In

Part Three: Trade Size Does Matter

9–10

Using Risk-of-Ruin Tables and the Optimal f Formula, Using the Two Percent Risk Formula and Proper Trade Size Formula

Part Four: Record Keeping and Profit/Loss Analysis

11–12

Tracking Profit and Loss Results and More Formulas for Success, Using Trade Posting Cards and Ledgers

Part Five: Design Your Own Plan

13–14

Know Thyself: Your Risk Profile and Discipline Profile, Risk Management Rules to Choose From

ภาคผนวกมีเรื่องซอฟต์แวร์คำนวณ position size ระบบ trading journal การเทรดบนกระดาษ (paper trading) และแหล่งข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมอภิธานศัพท์

แนวคิดที่น่าสนใจจากบทที่ 1

บทที่ 1 It Just Ain't Sexy! เปิดให้อ่านเป็นตัวอย่าง (บทที่ 1) และวางน้ำเสียงของทั้งเล่มไว้

  • ทำไมมือใหม่ข้ามเรื่อง money management ผู้เขียนอธิบายว่าการเข้าเทรดน่าตื่นเต้นกว่าการวางแผนรับมือการขาดทุน และปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการเสี่ยงเงินจริงโดยไม่มีแผน ไม่มีจุด stop และไม่มีระบบ money management ที่ทดสอบแล้วก่อนเข้าเทรด

  • มอง stop out เป็นส่วนหนึ่งของ probability ตัวอย่างในบทคือ ถ้าระบบให้ผลชนะหกครั้งต่อแพ้สี่ครั้ง การตัดขาดทุนเร็วคือการเข้าใกล้การเทรดที่ชนะ

  • กฎ 2 เปอร์เซ็นต์ ผู้เขียนบอกว่าเนื้อหาในเล่มจะตั้ง stop-loss ไว้ที่จุดที่ขาดทุนไม่เกิน 2 เปอร์เซ็นต์ของบัญชีต่อการเทรดหนึ่งครั้ง เช่น บัญชี 10,000 ดอลลาร์ขาดทุนไม่เกิน 200 ดอลลาร์ต่อครั้ง และระบุว่าเทรดเดอร์ขั้นสูงบางคนอาจเสี่ยงมากกว่านั้นได้ ถ้า track record ในอดีตรองรับ โดยมีสูตรในบทที่ 9

  • อารมณ์มีมากกว่ากลัวกับโลภ บทนี้ยกรายการอารมณ์เชิงลบ เช่น ความเสียใจ ความวิตก การโทษผู้อื่น การปฏิเสธความจริง และอารมณ์เชิงบวก เช่น การยอมรับและความมั่นใจ แล้วเสนอว่าระบบ money management ที่ดีช่วยลดอารมณ์เชิงลบได้

พื้นฐานที่ควรมีก่อนอ่าน

สำนักพิมพ์ระบุว่าหนังสืออธิบายด้วยภาษาง่ายแทนคณิตศาสตร์ซับซ้อน และบทที่ 1 เขียนด้วยน้ำเสียงแบบพูดคุย ผู้อ่านจึงไม่ต้องมีพื้นคณิตศาสตร์มาก แต่ควรเคยเทรดหรือรู้จักประเภทคำสั่งเทรดพื้นฐานมาบ้าง เพราะภาค Stop-Loss Exits พูดถึงกฎการเข้าและออกจากระบบเทรด ข้อนี้เป็นการอนุมานจากสารบัญ

เหมาะกับใคร และใครควรเริ่มจากเล่มอื่นก่อน

  • เหมาะ กับเทรดเดอร์รายย่อยที่มีระบบหา entry แล้ว แต่ยังไม่มีกฎเรื่อง stop-loss position sizing และการบันทึกผล

  • เหมาะ กับคนที่อยากได้กรอบปฏิบัติง่าย ๆ อย่างกฎ 2 เปอร์เซ็นต์ ก่อนไปศึกษาวิธีที่ซับซ้อนกว่า

  • อาจไม่ตรงความต้องการ ถ้ากำลังหาการวิเคราะห์เชิงคณิตศาสตร์ของ position sizing อย่างละเอียด สำนักพิมพ์บอกเองว่าเล่มนี้เลี่ยงทฤษฎีคณิตศาสตร์ซับซ้อน แม้สารบัญจะมีบทเรื่อง risk-of-ruin และ optimal f

ข้อจำกัดของข้อมูลที่ใช้ในบทความนี้

  • อ่านเฉพาะบทที่ 1 (หน้า 9–14) และสารบัญที่ Wiley เผยแพร่ บทอื่นสรุปจากชื่อหัวข้อเท่านั้น

  • ข้อมูลในแคตตาล็อกของ Libro ใช้ ISBN 9780470374610 ซึ่ง Open Library บันทึกเป็นฉบับอิเล็กทรอนิกส์ของ Wiley ปี 2008 ต่างจาก ISBN ปกแข็งและ e-book ที่แสดงบนหน้า Wiley แต่เป็นชื่อเรื่อง ผู้เขียน และปีเดียวกัน

  • บทความนี้ไม่ได้ทดลองกฎหรือสูตรใดในเล่ม

แหล่งอ้างอิง

  • ปกหนังสือ A Trader's Money Management System

    A Trader's Money Management System

    Bennett A. McDowell

    สารบัญห้าภาคครอบคลุมจิตวิทยาการคุมความเสี่ยง stop-loss, risk-of-ruin, optimal f, กฎ 2 เปอร์เซ็นต์ และการบันทึกผลการเทรด อธิบายด้วยภาษาง่าย

    ดูรายละเอียด

บทความนี้อ่านจบได้ในตัวเอง หนังสือด้านบนคือจุดต่อยอดสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาลึกขึ้น

  • 25 ตุลาคม 2569

    Beat the Dealer: หนังสือ card counting ของ Edward O. Thorp กับแนวคิดเรื่อง edge

    Beat the Dealer ของ Edward O. Thorp อธิบายกลยุทธ์ blackjack ด้วยคณิตศาสตร์และระบบ card counting บทความนี้สรุปจากหน้าสำนักพิมพ์ เว็บไซต์ผู้เขียน และข้อมูลแคตตาล็อก เพื่อช่วยดูว่าเล่มนี้เหมาะกับคุณหรือไม่

  • 25 ตุลาคม 2569

    Antifragile: แนวคิดของ Nassim Nicholas Taleb เรื่องสิ่งที่ได้ประโยชน์จาก volatility

    หนังสือเล่มที่สามในชุด Incerto ของ Nassim Nicholas Taleb ว่าด้วยสิ่งที่ดีขึ้นเมื่อเจอ volatility และแรงกดดัน บทความนี้สรุปจากคำอธิบายของสำนักพิมพ์ Penguin และข้อมูลแคตตาล็อก เพื่อช่วยตัดสินว่าเล่มนี้ตรงกับสิ่งที่คุณมองหาหรือไม่

  • 25 ตุลาคม 2569

    Flash Boys ของ Michael Lewis: เรื่องเล่าว่าด้วย high-frequency trading

    สารคดีของ Michael Lewis (W. W. Norton, 2014) เล่าเรื่องกลุ่มคนในวอลล์สตรีทที่ตั้งคำถามกับ high-frequency trading และตลาดหุ้นสหรัฐ บทความนี้สรุปจากหน้าสำนักพิมพ์และบทความข่าวที่ระบุชื่อผู้เขียน เพื่อช่วยดูว่าเล่มนี้เหมาะกับคุณหรือไม่