Libro

The Bogleheads' Guide to Investing ฉบับที่ 2: แนวลงทุนต้นทุนต่ำแบบทำเอง

คู่มือการลงทุนแบบทำเองตามแนวคิดของ John C. Bogle เขียนโดย Mel Lindauer, Taylor Larimore และ Michael LeBoeuf บทความนี้สรุปจากสารบัญและบทที่ 1 ที่ Wiley เผยแพร่ให้อ่านตัวอย่าง เพื่อช่วยดูว่าเล่มนี้เหมาะกับจุดเริ่มต้นของคุณหรือไม่

ภาพประกอบบทความ: ปกหนังสือ The Bogleheads' Guide to Investing โดย Taylor Larimore, Mel Lindauer & Michael LeBoeuf

ขอบเขตของบทความ: สรุปจากสารบัญและบทที่ 1 ที่สำนักพิมพ์ Wiley เผยแพร่ให้อ่านตัวอย่าง รวมกับข้อมูลหนังสือจากหน้าสำนักพิมพ์และ Open Library ยังไม่ได้อ่านบทอื่น ข้อสังเกตเรื่องบทที่ 2–23 มาจากชื่อบทในสารบัญเท่านั้น

คนที่เพิ่งเริ่มลงทุนมักติดอยู่กับคำถามว่าควรเลือกหุ้นตัวไหนหรือกองทุนไหน หนังสือเล่มนี้เริ่มจากคำถามที่มาก่อนนั้น คือการเงินส่วนตัวพร้อมจะลงทุนแล้วหรือยัง แล้วจึงค่อยพูดถึงการจัด portfolio แบบเรียบง่ายและต้นทุนต่ำ

หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยอะไร

The Bogleheads' Guide to Investing, 2nd Edition เขียนโดย Mel Lindauer, Taylor Larimore และ Michael LeBoeuf มีคำนำโดย John C. Bogle ตีพิมพ์โดย Wiley ในเดือนสิงหาคม 2014 ความยาว 336 หน้า ISBN ฉบับปกแข็ง 978-1-118-92128-9 ซึ่งตรงกับรายการนี้ (หน้าหนังสือของ Wiley) Open Library บันทึกฉบับนี้ว่าเป็น Second edition ปี 2014 (Open Library)

คำอธิบายของสำนักพิมพ์บอกว่าเป็นคู่มือลงทุนแบบทำเองที่อิงแนวคิดของ Bogle ผู้ก่อตั้ง Vanguard และชุมชน Bogleheads.org ฉบับปรับปรุงนี้เพิ่มเรื่อง backdoor Roth IRA การใช้ ETF แบบซื้อแล้วถือ ภาษีมรดกและการให้ และกฎใหม่ของ IRA กับ 401(k)/403(b) สำนักพิมพ์ยังสรุปจุดยืนของหนังสือว่าการพยายามชนะตลาดเป็นเกมผลรวมเป็นศูนย์

หน้าสำนักพิมพ์ระบุว่า Mel Lindauer และ Taylor Larimore เป็นผู้นำชุมชน Bogleheads ส่วน Michael LeBoeuf เป็นศาสตราจารย์กิตติคุณด้านการจัดการที่ University of New Orleans

เนื้อหาครอบคลุมหัวข้ออะไร

สารบัญแบ่งเป็นสองภาค รวม 23 บท และภาคผนวกสี่ส่วน (สารบัญ):

ภาค

บท

หัวข้อตามสารบัญ

Part I Essentials of Successful Investing

1–7

Choose a Sound Financial Lifestyle, Start Early and Invest Regularly, Know What You're Buying (สองบท), Inflation-Protected Bonds, How Much Do You Need to Save?, Keep It Simple

8–16

Asset Allocation, Costs Matter, Taxes (สองบท), Diversification, Performance Chasing and Market Timing, Investing for College, Managing a Windfall, Do You Need an Advisor?

Part II Follow-Through Strategies

17–23

Track Your Progress and Rebalance, Tune Out the "Noise", Mastering Your Emotions, Making Your Money Last, Being Well-Insured, Passing It On, You Can Do It

ภาคผนวกมีอภิธานศัพท์การเงิน รายชื่อหนังสือและเว็บไซต์ที่ผู้เขียนแนะนำ และแบบสอบถาม asset allocation ของ Vanguard

แนวคิดจากบทที่ 1

บทที่ 1 Choose a Sound Financial Lifestyle (หน้า 3–11) ยังไม่ได้พูดถึงกองทุนหรือหุ้นเลย แต่ใช้ทั้งบทกับการเตรียมตัวก่อนลงทุน (บทที่ 1)

  • สามรูปแบบการใช้เงิน ผู้เขียนเล่าผ่านคู่สามีภรรยาสมมติสามคู่ คือ Borrowers ที่ใช้ชีวิตด้วยหนี้ Consumers ที่ใช้เงินเต็มรายได้ทุกเดือน และ Keepers ที่กันเงินอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ของรายได้สุทธิไปออมและลงทุนก่อนใช้จ่าย

  • มอง net worth ไม่ใช่รายได้ ผู้เขียนให้เปลี่ยนจาก paycheck mentality เป็น net worth mentality และแนะนำให้คำนวณ net worth (สินทรัพย์ลบหนี้) ปีละครั้ง โดยยกตัวเลขมัธยฐาน net worth ของครัวเรือนสหรัฐฯ จากการสำรวจของ Federal Reserve ปี 2010 มาเทียบ

  • ปิดหนี้ดอกเบี้ยสูงก่อน ผู้เขียนมองว่าการปิดหนี้บัตรเครดิตคือผลตอบแทนที่ไม่มีความเสี่ยงสูงสุดที่หาได้ และยกตัวอย่างการจ่ายขั้นต่ำของหนี้บัตร 8,000 ดอลลาร์ที่ดอกเบี้ย 18.9 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งใช้เวลาราว 8 ปีและเสียดอกเบี้ยมากกว่า 7,000 ดอลลาร์

  • เงินสำรองฉุกเฉิน สำหรับคนส่วนใหญ่ ผู้เขียนเห็นว่าค่าใช้จ่ายหกเดือนน่าจะพอ คนงานมั่นคงอาจใช้สามเดือน ส่วนคนทำงานอิสระอาจต้องถึงหนึ่งปี และควรเก็บไว้ในบัญชีที่ปลอดภัยและถอนได้ง่าย

พื้นฐานที่ควรมีก่อนอ่าน

บทที่ 1 เขียนสำหรับผู้เริ่มต้น ใช้ภาษาง่ายและตัวอย่างใกล้ตัว ไม่ต้องมีพื้นฐานการเงินมาก่อน แต่ตัวอย่างทั้งหมดเป็นบริบทของสหรัฐฯ ชื่อบทเรื่องภาษีและบัญชีเกษียณ เช่น Roth IRA และ 401(k) ก็เป็นระบบของสหรัฐฯ ผู้อ่านในไทยจะต้องเทียบเองกับกองทุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ใช้ได้จริง ข้อนี้เป็นข้อสังเกตของบทความ

เหมาะกับใคร และใครควรเริ่มจากเล่มอื่นก่อน

  • เหมาะ กับผู้เริ่มลงทุนที่อยากได้กรอบคิดครบตั้งแต่การจัดการหนี้ เงินสำรอง ไปจนถึง asset allocation และ rebalancing และคนที่สนใจแนวลงทุนแบบ index fund ต้นทุนต่ำ

  • อาจไม่ตรงความต้องการ ถ้าต้องการวิธีเลือกหุ้นรายตัว technical analysis หรือการเทรดระยะสั้น เพราะสารบัญมีบทที่บอกว่าการไล่ตามผลงานและ market timing เป็นอันตรายต่อความมั่งคั่ง

  • ควรรู้ไว้ ว่ารายละเอียดเรื่องภาษีและบัญชีเกษียณเป็นของสหรัฐฯ และอาจเปลี่ยนไปแล้วหลังปี 2014

ข้อจำกัดของข้อมูลที่ใช้ในบทความนี้

  • อ่านเฉพาะบทที่ 1 และสารบัญที่ Wiley เผยแพร่ บทอื่นสรุปจากชื่อบทเท่านั้น

  • ข้อมูลในแคตตาล็อกเดิมของรายการนี้ระบุปี 2006 ซึ่งเป็นปีของฉบับแรก แต่ ISBN 9781118921289 เป็นของฉบับที่ 2 ปี 2014 บทความนี้ยึดตามหน้าสำนักพิมพ์ ควรยืนยันฉบับอีกครั้งตอนสอบถาม

  • ตัวเลขในบทที่ 1 เป็นข้อมูลของสหรัฐฯ ตามที่ผู้เขียนอ้าง บทความนี้ไม่ได้ตรวจสอบซ้ำ

แหล่งอ้างอิง

  • ปกหนังสือ The Bogleheads' Guide to Investing

    The Bogleheads' Guide to Investing

    Taylor Larimore, Mel Lindauer & Michael LeBoeuf

    ฉบับที่ 2 (Wiley, 2014) มี 23 บท ตั้งแต่การปลดหนี้และเงินสำรองฉุกเฉิน ไปจนถึง asset allocation ต้นทุน ภาษี และ rebalancing

    ดูรายละเอียด

บทความนี้อ่านจบได้ในตัวเอง หนังสือด้านบนคือจุดต่อยอดสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาลึกขึ้น

  • 25 ตุลาคม 2569

    The Dhandho Investor: แนวลงทุนเน้นแลกความเสี่ยงต่ำกับผลตอบแทนสูงของ Mohnish Pabrai

    Mohnish Pabrai เล่าวิธีคิดเรื่อง value investing ผ่านเรื่องของนักธุรกิจโมเต็ลชาว Patel บทความนี้สรุปจากสารบัญและบทที่ 1 ที่ Wiley เผยแพร่ให้อ่านตัวอย่าง เพื่อช่วยดูว่ากรอบคิดของเล่มนี้เหมาะกับคุณหรือไม่

  • 25 ตุลาคม 2569

    I Will Teach You to Be Rich: แผน personal finance หกสัปดาห์ของ Ramit Sethi

    หนังสือ personal finance ของ Ramit Sethi ฉบับแรกปี 2009 วางเป็นแผนหกสัปดาห์ ตั้งแต่บัตรเครดิต บัญชีธนาคาร การใช้จ่าย ไปจนถึงการลงทุนอัตโนมัติ บทความนี้แนะนำขอบเขตเนื้อหาจากสารบัญและคำอธิบายหนังสือ

  • 25 ตุลาคม 2569

    The Four Pillars of Investing: สี่เรื่องที่ William Bernstein ใช้วาง portfolio ระยะยาว

    หนังสือฉบับแรกปี 2002 ของ William J. Bernstein แบ่งเรื่องการลงทุนเป็นทฤษฎี ประวัติศาสตร์ จิตวิทยา และธุรกิจการลงทุน บทความนี้สรุปจากสารบัญและคำอธิบายของสำนักพิมพ์ เพื่อช่วยดูว่าเล่มนี้เหมาะกับจุดเริ่มต้นของคุณหรือไม่