Proofs: A Long-Form Mathematics Textbook: เริ่มเขียนบทพิสูจน์แบบเข้าใจที่มา
ตำราบทพิสูจน์ของ Jay Cummings ที่อธิบายยาวกว่าตำราทั่วไป มี scratch work ก่อนบทพิสูจน์และบทแนะนำคณิตศาสตร์ขั้นสูงท้ายทุกบท บทความนี้สรุปจากสารบัญและตัวอย่างที่ผู้เขียนเผยแพร่บนเว็บไซต์ของตัวเอง

ขอบเขตของบทความ: สรุปจากสารบัญและหน้าตัวอย่างแบบสแกนที่ผู้เขียนเผยแพร่ให้อ่านตัวอย่างบนเว็บไซต์ของตัวเอง รวมกับข้อมูลจากหน้าหนังสือและแคตตาล็อก หน้าตัวอย่างเป็นหน้าที่คัดมาจากหลายส่วนของเล่ม ยังไม่ได้อ่านบทใดครบทั้งบท
คนที่จะเรียนต่อสาย quant หรือ data science มักเจอคณิตศาสตร์สองแบบ แบบแรกคือการคำนวณที่คุ้นมาตั้งแต่ ม.ปลาย แบบที่สองคือการอ่านและเขียนบทพิสูจน์ ซึ่งเป็นภาษาของตำรา real analysis, probability theory หรือ stochastic calculus หลายคนติดตรงรอยต่อนี้ เพราะไม่เคยฝึกคิดแบบ "ทำไมจึงจริง" มาก่อน
Proofs: A Long-Form Mathematics Textbook เขียนเพื่อรอยต่อนั้น บทความนี้ดูว่าเล่มนี้สอนอะไร เขียนแบบไหน และเหมาะกับใคร
หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยอะไร
Proofs: A Long-Form Mathematics Textbook เขียนโดย Jay Cummings ตีพิมพ์เองแบบ independently published ในปี 2021 ความยาว 511 หน้า ISBN 9798595265973 ตามระเบียนของ Open Library
หน้าหนังสือบนเว็บไซต์ของผู้เขียน บอกว่าเป็นเล่มที่สองในชุด long-form textbooks แนวทางคือใส่คำอธิบาย แรงจูงใจ และความเห็นมากกว่ารูปแบบนิยาม–ทฤษฎีบท–บทพิสูจน์ที่วนซ้ำในตำราทั่วไป บทพิสูจน์จำนวนมากมี scratch work นำหน้า ท้ายแต่ละบทมีแบบฝึกหัด ปัญหาเปิด และ pro-tips และมีคำใบ้กับเฉลยบทละสิบข้อ หน้าเว็บยังมีลิงก์ไปหน้าคำใบ้และเฉลย หน้า errata และช่อง YouTube ที่ผู้เขียนบรรยายเนื้อหาในเล่ม
เนื้อหาครอบคลุมหัวข้ออะไร
สารบัญมีเก้าบท แต่ละบทตามด้วยบทแนะนำสาขาคณิตศาสตร์ขั้นสูงหนึ่งสาขา (สารบัญ):
บท | หัวข้อตามสารบัญ | บทแนะนำท้ายบท |
|---|---|---|
1 | Intuitive Proofs (chessboard problems, pigeonhole principle) | Ramsey Theory |
2 | Direct Proofs (divisibility, GCD, modular arithmetic) | Number Theory |
3 | Sets | Topology |
4 | Induction (รวม strong induction) | Sequences |
5 | Logic (truth tables, quantifiers, paradoxes) | Real Analysis |
6 | The Contrapositive | Big Data |
7 | Contradiction | Game Theory |
8 | Functions (injections, surjections, bijections) | Cardinality |
9 | Relations (equivalence relations) | Group Theory |
ภาคผนวก A ว่าด้วยวิธีพิสูจน์อื่น ได้แก่ probabilistic method, linear algebra method, combinatorial method, computer-assisted proofs และ proofs by picture ภาคผนวก B เป็นชุดบทพิสูจน์ที่สวยงาม และภาคผนวก C เป็นคำแนะนำการเขียนบทพิสูจน์และการเขียนด้วย LaTeX
แนวคิดที่น่าสนใจจากหน้าตัวอย่าง
หน้าตัวอย่างแบบสแกน (ตัวอย่าง PDF) มีหน้าจากบทที่ 1 เป็นหลัก และมีหน้าเปิดของภาคผนวก A และ B
สามระยะของการเรียนคณิตศาสตร์ บทที่ 1 เปิดด้วยการแบ่งเป็นระยะ "ทำอย่างไร" "ทำไมจึงได้ผล" และ "จะสำรวจอะไรต่อ" ผู้เขียนเรียกหนังสือเล่มนี้ว่าประตูสู่ระยะที่สอง
บทพิสูจน์แรกเป็นภาพ ตัวอย่างกระดานหมากรุกที่ตัดมุมสองช่องออกแล้วถามว่าวางโดมิโน 31 ตัวคลุมได้หรือไม่ คำตอบมาจากการนับช่องขาวกับช่องดำ ผู้เขียนเตือนว่าบทพิสูจน์ควรสมบูรณ์แม้ไม่มีภาพ ภาพมีไว้ประกอบคำอธิบายเท่านั้น
ทำไมต้องพิสูจน์ ตัวอย่างจุดบนวงกลมที่จำนวนบริเวณดูเหมือนเพิ่มเป็นสองเท่า แต่ที่ ได้ 31 บริเวณ ไม่ใช่ 32 จึงเป็น counterexample ของการคาดเดา ผู้เขียนยังเปรียบบทพิสูจน์กับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ต้องทั้งทำงานถูกและโน้มน้าวผู้อ่านได้
scratch work ก่อนบทพิสูจน์จริง เช่นโจทย์ pigeonhole ที่สุ่มจุดสิบจุดในสี่เหลี่ยม ผู้เขียนคิดออกเสียงก่อนว่าควรแบ่งเป็นเก้ากล่องขนาด แล้วจึงเขียนบทพิสูจน์
น้ำเสียงเป็นกันเอง เชิงอรรถมีมุกตลกบ่อย ซึ่งตรงกับที่หน้าหนังสือบอกว่าเขียนแบบสบาย ๆ
พื้นฐานที่ควรมีก่อนอ่าน
ตัวอย่างในบทที่ 1 อ้างถึงแคลคูลัส สูตรกำลังสอง และพีชคณิตระดับมัธยม โดยบอกว่าวิชาก่อนหน้าของผู้อ่านเน้นการคำนวณ จึงดูเหมือนผู้อ่านเป้าหมายเป็นนักศึกษาที่เรียนแคลคูลัสมาแล้ว ภาคผนวก A บางหัวข้อใช้ linear algebra ซึ่งผู้เขียนบอกว่าผู้อ่านส่วนใหญ่น่าจะเคยเรียน ข้อนี้เป็นการอนุมานของบทความจากหน้าที่อ่าน
เหมาะกับใคร และใครควรเริ่มจากเล่มอื่นก่อน
เหมาะ กับคนที่เรียนแคลคูลัสมาแล้ว และกำลังจะเข้าวิชาที่ต้องอ่านหรือเขียนบทพิสูจน์ เช่น real analysis หรือ probability theory
เหมาะ กับคนเรียนด้วยตัวเอง เพราะคำอธิบายยาว มี scratch work และมีคำใบ้กับเฉลยบางข้อบนเว็บไซต์
อาจไม่ตรงความต้องการ ถ้าต้องการตำราที่กระชับหรือเนื้อหาที่ใช้กับการเงินโดยตรง หนังสือเป็นตำราคณิตศาสตร์ทั่วไป ไม่มีตัวอย่างการเงินในหน้าที่อ่าน
ข้อจำกัดของข้อมูลที่ใช้ในบทความนี้
อ่านสารบัญทั้งหมด แต่หน้าตัวอย่างเป็นหน้าที่คัดมา 38 หน้า บทความนี้อ่านหน้า 1, 8, 10–12, 19, หน้า 394 และหน้าเปิดของภาคผนวก A และ B ไม่ได้อ่านทุกหน้าในไฟล์ตัวอย่าง
หน้าหนังสือบนเว็บไซต์มีข้อความประวัติผู้เขียนบางส่วนที่ดูเหมือนเป็นของหนังสือ real analysis อีกเล่มของผู้เขียน บทความนี้จึงไม่ได้ใช้ส่วนนั้น
ไม่ได้ทำแบบฝึกหัดหรือตรวจเฉลย
แหล่งอ้างอิง
Proofs: A Long-Form Mathematics Textbook · Jay Cummings · หน้าหนังสือบนเว็บไซต์ผู้เขียน
Contents (PDF) · Jay Cummings · สารบัญ
Scanned sample (PDF) · Jay Cummings · หน้าตัวอย่างแบบสแกน
Open Library: 9798595265973 · Internet Archive · ข้อมูลฉบับ ปี และจำนวนหน้า
หนังสือที่กล่าวถึงในบทความนี้

Proofs: A Long-Form Mathematics Textbook
Jay Cummings
สารบัญเก้าบทครอบคลุม direct proof, induction, logic, contrapositive, contradiction, functions และ relations พร้อม scratch work ก่อนบทพิสูจน์
บทความนี้อ่านจบได้ในตัวเอง หนังสือด้านบนคือจุดต่อยอดสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาลึกขึ้น
อ่านต่อ
25 ตุลาคม 2569
Real Analysis: A Long-Form Mathematics Textbook: ครอบคลุมอะไร และเหมาะกับใครตำรา real analysis ของ Jay Cummings ที่เน้นคำอธิบาย แรงจูงใจ และร่างการพิสูจน์ก่อนเขียนจริง บทความนี้แนะนำขอบเขตเนื้อหาจากสารบัญและหน้าหนังสือบนเว็บไซต์ของผู้เขียน
25 ตุลาคม 2569
Probability and Statistics for Engineering and the Sciences ฉบับที่ 8: ครอบคลุมอะไรตำรา probability และ statistics ของ Jay L. Devore ฉบับที่ 8 จาก Brooks/Cole ปี 2012 บทความนี้แนะนำขอบเขตเนื้อหาจากสารบัญ 16 บท ตั้งแต่ descriptive statistics, distribution, hypothesis testing ไปจนถึง regression และ control chart
25 ตุลาคม 2569
The Signal and the Noise: Nate Silver ว่าด้วยการพยากรณ์และความไม่แน่นอนหนังสือของ Nate Silver สำรวจว่าทำไมการพยากรณ์จำนวนมากจึงพลาด และอะไรแยกการพยากรณ์ที่ดีออกจากที่ล้มเหลว ผ่านตัวอย่างจากตลาดหุ้น โป๊กเกอร์ แผ่นดินไหว และการเมือง บทความนี้แนะนำขอบเขตเนื้อหาจากคำอธิบายของสำนักพิมพ์
