Permutation, Parametric, and Bootstrap Tests of Hypotheses: ใครควรอ่าน
ตำราของ Phillip Good ฉบับที่ 3 ที่สอนทฤษฎี hypothesis testing ผ่าน permutation tests ก่อน แล้วจึงวางวิธี parametric และ bootstrap ไว้ข้างกัน บทความนี้สรุปจากสารบัญและคำนำที่ Springer เปิดให้อ่าน

ขอบเขตของบทความ: สรุปจากสารบัญบนเว็บ Springer และส่วนหน้าของหนังสือ (front matter) ที่ Springer เปิดให้อ่านตัวอย่าง ซึ่งรวมคำนำของฉบับที่ 3, 2 และ 1 ยังไม่ได้อ่านบทใดในเนื้อหาหลัก ข้อสังเกตเรื่องบทต่าง ๆ มาจากชื่อบทและคำนำเท่านั้น
คนที่ทดสอบกลยุทธ์หรือเปรียบเทียบกลุ่มข้อมูลมักใช้ t-test เป็นค่าเริ่มต้น แล้วค่อยมาสงสัยทีหลังว่าข้อมูลตรงกับสมมติฐานของการทดสอบหรือไม่ ข้อมูลจริงมักไม่ปกติ มีค่าหาย หรือมาจากหลายประชากรปนกัน คำถามคือมีวิธีทดสอบที่พึ่งสมมติฐานน้อยกว่านี้และยังมีฐานทฤษฎีรองรับหรือไม่
ตำราของ Phillip Good เล่มนี้ตอบจากมุม permutation tests บทความนี้ดูว่าเล่มนี้วางเนื้อหาอย่างไร ต้องมีพื้นฐานแค่ไหน และเหมาะกับใคร
หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยอะไร
Permutation, Parametric, and Bootstrap Tests of Hypotheses ฉบับที่ 3 เขียนโดย Phillip Good อยู่ในชุด Springer Series in Statistics หน้า Springer ระบุ ISBN ฉบับปกแข็ง 978-0-387-20279-2 (ธันวาคม 2004) และ eBook 978-0-387-27158-3 (19 ธันวาคม 2005) ซึ่ง ISBN ของ eBook ตรงกับข้อมูลในแคตตาล็อกของ Libro
คำนำฉบับที่ 3 บอกเป้าหมายว่าต้องการให้พื้นฐานทฤษฎีที่แข็งแรงเรื่อง hypothesis testing และ decision theory สำหรับคนที่จะใช้ statistics ในงานจริง และคนที่ฝึก statistician หรือ biostatistician (Front Matter, หน้า v)
จุดยืนของผู้เขียน
คำนำฉบับที่ 3 มีจุดยืนชัด ผู้เขียนบอกว่าในฉบับก่อนเขาเสนอ permutation methods อย่างไม่ค่อยมั่นใจ แต่ตอนนี้ทฤษฎี ซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์พร้อมแล้ว เขามองว่า permutation procedures แบบ distribution-free ควรเป็นวิธีหลักใน hypothesis testing ส่วนวิธี parametric และ bootstrap ควรใช้เฉพาะบางสถานการณ์ที่เหมาะ เหตุผลที่ให้มีสี่ข้อ
ผู้ใช้ในสาขาประยุกต์อยากใช้ test statistics ที่มีกำลังสูงสุดสำหรับงานของตน ซึ่งมักไม่มีตาราง distribution สำเร็จรูป
หน่วยงานกำกับดูแลต้องการระดับนัยสำคัญที่แม่นตรง ไม่ใช่ค่าประมาณ
ข้อมูลจริงส่วนใหญ่มาจากประชากรหลายกลุ่มปนกัน
ข้อมูลหายเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ การออกแบบที่สมดุลเป็นข้อยกเว้น
ผู้เขียนยังยอมรับว่าการทดสอบ parametric ที่ค่อนข้างทนทาน เช่น Student's t ยังมีบทบาทสำคัญ และเนื่องจากตั้งใจให้หนังสือใช้แทนตำราระดับบัณฑิตศึกษาเรื่อง hypothesis testing จึงรวมวิธี parametric และ bootstrap ไว้ด้วย นี่เป็นความเห็นของผู้เขียน ไม่ใช่ข้อสรุปที่วงการ statistics ทั้งหมดยอมรับ
เนื้อหาครอบคลุมหัวข้ออะไร
สารบัญบนเว็บ Springer มี 14 บท (สารบัญ):
บท | หัวข้อตามสารบัญ | หน้า |
|---|---|---|
1 | A Wide Range of Applications | 1–12 |
2 | Optimal Procedures | 13–31 |
3 | Testing Hypotheses | 33–65 |
4 | Distributions | 67–78 |
5 | Multiple Tests | 79–84 |
6 | Experimental Designs | 85–118 |
7 | Multifactor Designs | 119–142 |
8 | Categorical Data | 143–168 |
9 | Multivariate Analysis | 169–188 |
10 | Clustering in Time and Space | 189–194 |
11 | Coping with Disaster | 195–208 |
12 | Solving the Unsolved and the Insolvable | 209–227 |
13 | Publishing Your Results | 229–232 |
14 | Increasing Computational Efficiency | 233 เป็นต้นไป |
ส่วนท้ายเล่มอยู่ที่หน้า 255–315 คำนำฉบับที่ 3 ระบุสิ่งที่เพิ่มใหม่ ได้แก่ ตัวอย่างจากเศรษฐศาสตร์ ธรณีวิทยา กฎหมาย และการทดลองทางคลินิก บทว่าด้วย multifactor designs ตามทฤษฎี synchronous permutations ของ Fortunato Pesarin และคณะ หัวข้อ sequential analysis และ adaptive treatment allocation และแบบฝึกหัดที่เพิ่มขึ้นมาก ผลลัพธ์สำคัญหลายข้อถูกย้ายไปอยู่ในรูปแบบฝึกหัด
พื้นฐานที่ควรมีก่อนอ่าน
คำนำฉบับที่ 3 ระบุว่า พีชคณิตและความเข้าใจ probability แบบไม่ต่อเนื่อง เพียงพอสำหรับทั้งเล่ม ยกเว้นภาคผนวกที่ใช้ measure theory ในการพิสูจน์ เช่น การขยายการพิสูจน์ Fundamental Lemma ในบทที่ 3 ไปสู่กรณีต่อเนื่อง ผู้เขียนบอกด้วยว่าพยายามใช้สัญลักษณ์ให้น้อยที่สุด และหลีกเลี่ยงผลลัพธ์เชิง asymptotic
คำนำยังเสนอแผนสอนสองภาคเรียน ภาคแรกครอบคลุมบทที่ 1–3 กับบางส่วนของบทที่ 4, 5 และภาคผนวก ภาคที่สองครอบคลุมบทที่ 6 และ 7 และบทอื่นตามความสนใจ
เหมาะกับใคร และใครควรเริ่มจากเล่มอื่นก่อน
เหมาะ กับนักศึกษา statistics ระดับบัณฑิตศึกษาหรือผู้สอน ตามที่คำนำวางไว้ว่าใช้แทนตำราเรื่อง hypothesis testing
เหมาะ กับนักวิเคราะห์ข้อมูลที่ข้อมูลไม่ตรงสมมติฐานของการทดสอบแบบ parametric และต้องการเข้าใจเหตุผลเชิงทฤษฎีของ permutation tests
สำหรับผู้อ่านสาย quant บทความนี้มองว่าแนวคิดการทดสอบแบบสุ่มสลับข้อมูลเกี่ยวข้องกับการตรวจว่าผลของกลยุทธ์ต่างจากโชคหรือไม่ แต่หนังสือไม่ได้ระบุตัวอย่างด้านการเงินไว้ในส่วนที่อ่าน ข้อนี้เป็นความเห็นของบทความ
ควรเริ่มจากเล่มอื่นก่อน ถ้ายังไม่เคยเรียน statistics และ probability เบื้องต้น คำนำฉบับที่ 2 ยังระบุว่าผู้เขียนแยกเนื้อหาระดับวิชาแรกไปไว้ในหนังสืออีกเล่มชื่อ Resampling Methods
ข้อจำกัดของข้อมูลที่ใช้ในบทความนี้
อ่านเฉพาะสารบัญและส่วนหน้าของหนังสือ (หน้า i–xix) ไม่ได้อ่านบทใดในเนื้อหาหลัก
คำนำฉบับที่ 2 และ 1 ที่รวมอยู่ใน front matter อ้างเลขบทตามฉบับเก่า ซึ่งไม่ตรงกับเลขบทในฉบับที่ 3 บทความนี้ใช้เลขบทตามสารบัญฉบับที่ 3
หน้าเว็บ Springer เปิดด้วย curl เพราะเครื่องมือดึงหน้าเว็บติดการ redirect เพื่อตั้ง cookie
แหล่งอ้างอิง
Permutation, Parametric, and Bootstrap Tests of Hypotheses · Springer · ข้อมูลบรรณานุกรมและสารบัญ
Front Matter (PDF) · Springer · หน้าชื่อเรื่อง ข้อมูล CIP และคำนำของฉบับที่ 3, 2 และ 1
หนังสือที่กล่าวถึงในบทความนี้

Permutation, Parametric, and Bootstrap Tests of Hypotheses
Phillip I. Good
คำนำฉบับที่ 3 ระบุว่าใช้เพียงพีชคณิตและ probability แบบไม่ต่อเนื่อง ยกเว้นภาคผนวก และมี 14 บทตั้งแต่ Optimal Procedures ถึง Multivariate Analysis
บทความนี้อ่านจบได้ในตัวเอง หนังสือด้านบนคือจุดต่อยอดสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาลึกขึ้น
อ่านต่อ
25 ตุลาคม 2569
Probability and Statistical Inference ฉบับที่ 10: ขอบเขตและพื้นฐานที่ต้องมีตำราของ Hogg, Tanis และ Zimmerman ฉบับที่ 10 ไล่จาก probability พื้นฐานไปถึง estimation, hypothesis testing และ ANOVA บทความนี้สรุปจากสารบัญและคำอธิบายของ Pearson เพื่อช่วยดูว่าเล่มนี้เหมาะกับพื้นฐานของคุณหรือไม่
25 ตุลาคม 2569
Introductory Econometrics ฉบับที่ 8: ครอบคลุมอะไร และเหมาะกับใครตำรา econometrics ของ Jeffrey M. Wooldridge ฉบับที่ 8 จาก Cengage ปี 2025 บทความนี้แนะนำขอบเขตเนื้อหาจากสารบัญ ว่าครอบคลุม regression cross-sectional data, time series panel data และบทใหม่เรื่อง causal inference
25 ตุลาคม 2569
Probability and Statistics for Engineering and the Sciences ฉบับที่ 8: ครอบคลุมอะไรตำรา probability และ statistics ของ Jay L. Devore ฉบับที่ 8 จาก Brooks/Cole ปี 2012 บทความนี้แนะนำขอบเขตเนื้อหาจากสารบัญ 16 บท ตั้งแต่ descriptive statistics, distribution, hypothesis testing ไปจนถึง regression และ control chart
